วันจันทร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
"โดม" ขำคลิปมังกรดำว่อนเน็ต แจงเป็นรอยสัก
"โดม" บอกอย่าเวอร์หลังมีข่าว "เพ้นท์" ตามจิกตลอดเวลา แจงไม่ค่อยมีเวลาเจอแฟนสาวเลยตามไปทำงานด้วย เมินหมอดูทักรักล่ม ยันยังเลิฟกันดี ขำคลิปโชว์มังกรจนได้ฉายาโดม มังกรดำ บอกที่แท้รอยสัก ติง "พลอย" แฉชอบมากองถ่ายสาย เหน็บรู้ว่าแต่งหน้าทำผมนานเลยไม่ไปเร็ว
มีอาการฉุนเบาๆ ให้ได้เห็น สำหรับ นักร้องหล่อขั้นเทพ "โดม ปกรณ์ ลัม" หลังมีหมอดูออกมาทำนายทายทักว่า จะเลิกรากับแฟนสาว "น้องเพ้นท์" ซะแล้ว กอปรกับมีข่าวเมาท์ว่า เจ้าตัวได้เลิกรากับแฟนสาวนอกวงการแล้วจริงๆ ยิ่งทำให้ข่าวกระพือไปกันใหญ่ งานนี้ได้เจอหนุ่มโดมขณะมาร่วมงาน Pioneer ที่ห้างสยามพารากอน เจ้าตัวเผยว่ายังเลิฟๆ แฟนสาวดี แต่รับมีทะเลาะกันบ้าง พร้อมปัดน้องเพ้นท์ตามจิกเฝ้าทุกที่
"ข่าวช่วงนี้น้องเพ้นท์ตามจิกตลอดเวลา ผมว่าคำว่าจิกมันเวอร์ไป คือคนมันรู้สึกดี ก็อยากจะไปไหนด้วย ผมว่ามันก็เรื่องปกติ ประเด็นหนึ่งอาจเป็นเพราะไม่ค่อยมีเวลาเพราะว่าเวลาที่ผมทำงานจะทำแบบไม่ได้เจอกันเลย พอมีช่วงไหนเจอแบบวันสองวันผมก็มักจะไปด้วยกัน ส่วนกระแสข่าวที่ว่าผมทะเลาะกัน เลิกกัน เรื่องทะเลาะผมยอมรับว่ามี พูดตรงๆ ก็มีเป็นธรรมดา คนเราคบกันมันก็ต้องมีทะเลาะกันบ้าง แต่เลิกกันยังไม่มี คือผมโตกว่าเวลาทะเลาะอะไรก็จะพยายามใจเย็นอยู่แล้ว แต่เราก็ทะเลาะกันแบบเรื่องไม่เป็นเรื่อง ไม่ได้ทะเลาะเรื่องรุนแรง น้อยใจเรื่องไม่มีเวลา เขาก็รู้สึกว่าการที่เราไม่มีเวลาให้ ถ้าเขาจะรู้สึกว่าเขาไม่รักเราแล้วจะไม่ผิดใช่ไหม เราก็บอกว่ามันเกี่ยวกันเหรอ มันคนละเรื่องกันนะ คนเรามาถึงช่วงนี้ต้องทำงานต้องขยันสร้างฐานะ แต่น้องเขาก็ยังเด็กด้วย ก็เลยทำไมพี่ไม่ไปดูหนัง ไม่ไปโน่นนี่ ส่วนจะแก้ปัญหายังไง ผมว่ามันแก้ไม่ได้หรอก เพราะผมยังต้องทำงานต่อไป แล้วมันก็จะเยอะขึ้นเรื่อยๆ ด้วยซ้ำ"
"หลายกระแสบอกว่าผมเลิกกับน้องเขาไปแล้ว ผมบอกเลยว่าไม่เลิก ถ้าเลิกผมก็ต้องบอกไปแล้ว ยังรักกัน เจอกันอยู่เลย อย่างเรื่องที่ทะเลาะกัน ตอนนี้ยังดีอยู่แต่มันอยู่ลึกๆ คือเรียกว่าทุกคนก็คิดกันอยู่ว่ามันคืออะไร ส่วนที่มีหมอดูมาฟันธงว่ายังไงก็ต้องเลิกแน่ๆ ผมก็ไม่ใช่โหรฯ เท่าที่รู้ๆ แนวผมก็ไม่ใช่คนที่ใส่ใจอะไรเท่าไรอยู่แล้ว ผมก็อยู่แต่แบบนี้ ทำงานกลับบ้านไม่ได้ไปสุงสิงกับใคร โหรเหินจะไปโกรธจะไปวีนเขาหรือเชื่อเขา ผมก็ไม่ได้สนใจ เรื่องความรักตอนนี้ก็โอเคอยู่ บนปัญหาที่มันมีกันบ้าง แต่ทุกครั้งก็สามารถคุยกันได้อยู่"
ขำหลังมีคลิปในอินเทอร์เน็ตระบุว่า เจ้าตัวโชว์มังกรน้อย แจงที่แท้เป็นรอยสักรูปมังกรเท่านั้น
"(หัวเราะ) ตอนนี้มีฉายาว่าโดมมังกรดำ คือมันเป็นรอยสัก จริงๆ ผมไปสักมา คนสักคนนี้ผมชื่นชอบเขามาก เขาเป็นเหมือนดีไซน์เนอร์ เขาจะออกแบบพวกรองเท้าไนกี้ รองเท้าแบรนด์ และเขาก็สักให้กับบุคคลสำคัญๆ ดังๆ เยอะแยะมากมาย และมีข่าวว่าเขาจะมาเมืองไทย โดยรุ่นน้องของผมเป็นคนชวนมา ผมก็เลยขอจองคิวไปสักกับเขา ซึ่งเขามาเมืองไทยมีคนที่ได้สักแค่ 6 คนเอง จริงๆ เขาจะไม่ได้มาเมืองไทย แต่จะไปเมืองจีน ไปเปิดตัวรองเท้าที่เขาออกแบบ แต่เพื่อนก็บอกว่า เทคแคร์ทุกอย่างมีที่พัก ขอให้มาที่นี่นิดมาสัก"
"ถามว่าเขาเลือกคนสักไหม คือเขาสักให้บิยอนเซ่ ก่อนมาเมืองไทยเขาเพิ่งจะสักลายใหม่ที่ท้องบิยอนเซ่ เขาสักให้ คริสติน่า อากีเลร่า ฟิฟฟ์ตี้เซนส์ เขาสักแต่แบบนั้น ส่วนที่ผมสักเพราะผมชอบงานเขาและติดตามตลอด โดยเฉพาะเด็กไทยจะมีกลุ่มที่ชื่นชอบเขา ขนาดที่พักที่โรงแรมยังมีแฟนคลับ 20-30 คน คอยจะบุกเข้ามาในห้องพัก สรุปคือโดมสักแต่กลับเป็นมังกรน้อยมันก็เลยดูฮาๆ ดี ขำๆ ไม่มีอะไร"
ทั้งยังติงอดีตแฟนสาวอย่าง "พลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์"ไม่น่าเมาท์ตนเรื่องมากองละคร "รักไม่มีวันตาย" สายเป็นประจำ เหน็บเผื่อเวลาให้ฝ่ายหญิงแต่งหน้าทำผม
"ที่พลอยชอบออกมาแซวว่า โดมชอบไปกองสาย ผมขอบอกว่าจริงๆ ไม่น่าพูดนะเรื่องนี้ คือโอเคผมยอมรับว่าผมสาย แต่มันก็ไม่ได้สายถึงขนาดว่าเละเทะ แล้วก็ตอนไปที่กองก็ไม่ได้ว่าอะไรผมเลย คือจริงๆ ก็จะมีบอกว่าพี่ทำไมสาย ประมาณว่าอย่าให้ถึงครั้งที่สามเดี๋ยวเชือดๆ เป็นเคอร์ฟิว พอเสร็จก็เอามาพูด วันนั้นผมก็เฮ้ยยังไงเนี่ยเอามาพูด ก็ออกแนวแซวแต่ว่าจริง(หัวเราะ)"
"คือผมรู้ว่าพลอยทำผมแต่งหน้านานมาก ผมกะเวลาถูก และคนที่กองจะนัดผมกะเวลาห่างจากพลอยอยู่ 1 ชั่วโมงอยู่แล้ว แต่ผมรู้ว่า 1 ชั่วโมงไม่พอกับการแต่งหน้าทำผมของพลอยต้องประมาณชั่วโมงครึ่ง ผมก็จะสายประมาณครึ่งชั่วโมงหรือ 40 นาที ประมาณนี้ก็จะพอดีกัน"
"แต่ตอนนี้เคลียร์กันแล้ว คือจริงๆ เรื่องของการตรงเวลาเป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว ซึ่งผมก็จะพยายามปรับ แต่มันยากมากสำหรับนักร้องเพราะอาชีพนี้ผมต้องเล่นคอนเสิร์ตเที่ยงคืน นอนตีสี่ ผมตื่น 11 โมงหรือเที่ยงมาโดยตลอด แต่พอมาเล่นละครบางคนบอกให้นอนเร็วสักสี่ทุ่ม จะได้ตื่นตีห้าไปกองหกโมง ผมก็บอกว่าถ้าทำได้ผมก็คงทำ แต่อาทิตย์หนึ่งผมเล่นละครสามวัน อีกสี่วันผมต้องปรับโหมดมานอนกลางคืนเพื่อจะเล่นคอนเสิร์ต ตอนนี้ร่างกายผมก็งงไปหมด สามวันตื่นเช้านอนเร็ว สี่วันนอนดึกตื่นสาย มันลำบากเหมือนกัน ตอนนี้โอเคขึ้น เพราะเริ่มสนุกกับการทำงานร้องเพลงมากขึ้น แล้วก็เริ่มรู้สึกว่าอยากไปกองถ่ายมากขึ้นด้วย งานตอนนี้ประมาณ 30% ประมาณกุมภาพันธ์ได้ชมแน่นอน รอรับรางวัลแล้ว(หัวเราะ)"
รับเคยพูดจะไม่เล่นละครอีก เพราะยังปรับตัวไม่ทัน แต่ตอนนี้ความรู้สึกเปลี่ยนไป และให้โพลีพลัสดูแลงานละครให้
"กระแสข่าวว่าผมไม่อยากเล่นละครอีกแล้วเพราะมันเหนื่อยมาก จริงๆ ผมเป็นคนพูดเองไม่ใช่กระแสข่าว เพราะวันแรกที่ผมไปกองผมกลับบ้านมา ผมพูดกับตัวเองว่าไม่น่าเลย ก็คิดอย่างนั้นจริงๆ คือรู้สึกว่ามันงงไปหมดและก็เหวอ ทีมงานก็ไม่รู้จัก คือมันตื่นไปหมด พอผ่านมาวันที่สอง ทุกอย่างมันก็เริ่มจะดีขึ้นเรื่อยๆ พอผ่านไปอาทิตย์หนึ่งก็รู้สึกว่าทำได้ ตอนนี้เริ่มกลายเป็นสนุกแล้ว กลายเป็นอยากไปกอง แล้วจะมีเรื่องต่อไปอีกแน่นอน มีคนมาติดต่อเยอะ คือผมให้ทางโพลีพลัสดูแลอยู่ เพราะฉะนั้นถ้าใครจะติดต่อมา คือส่งไปที่โพลีพลัสได้เลย เดี๋ยวทางผู้ใหญ่จะช่วยดูให้ แต่เท่าที่คุยไว้คือขอแค่ปีละเรื่อง"
มีอาการฉุนเบาๆ ให้ได้เห็น สำหรับ นักร้องหล่อขั้นเทพ "โดม ปกรณ์ ลัม" หลังมีหมอดูออกมาทำนายทายทักว่า จะเลิกรากับแฟนสาว "น้องเพ้นท์" ซะแล้ว กอปรกับมีข่าวเมาท์ว่า เจ้าตัวได้เลิกรากับแฟนสาวนอกวงการแล้วจริงๆ ยิ่งทำให้ข่าวกระพือไปกันใหญ่ งานนี้ได้เจอหนุ่มโดมขณะมาร่วมงาน Pioneer ที่ห้างสยามพารากอน เจ้าตัวเผยว่ายังเลิฟๆ แฟนสาวดี แต่รับมีทะเลาะกันบ้าง พร้อมปัดน้องเพ้นท์ตามจิกเฝ้าทุกที่ขำหลังมีคลิปในอินเทอร์เน็ตระบุว่า เจ้าตัวโชว์มังกรน้อย แจงที่แท้เป็นรอยสักรูปมังกรเท่านั้น
"(หัวเราะ) ตอนนี้มีฉายาว่าโดมมังกรดำ คือมันเป็นรอยสัก จริงๆ ผมไปสักมา คนสักคนนี้ผมชื่นชอบเขามาก เขาเป็นเหมือนดีไซน์เนอร์ เขาจะออกแบบพวกรองเท้าไนกี้ รองเท้าแบรนด์ และเขาก็สักให้กับบุคคลสำคัญๆ ดังๆ เยอะแยะมากมาย และมีข่าวว่าเขาจะมาเมืองไทย โดยรุ่นน้องของผมเป็นคนชวนมา ผมก็เลยขอจองคิวไปสักกับเขา ซึ่งเขามาเมืองไทยมีคนที่ได้สักแค่ 6 คนเอง จริงๆ เขาจะไม่ได้มาเมืองไทย แต่จะไปเมืองจีน ไปเปิดตัวรองเท้าที่เขาออกแบบ แต่เพื่อนก็บอกว่า เทคแคร์ทุกอย่างมีที่พัก ขอให้มาที่นี่นิดมาสัก"
"ถามว่าเขาเลือกคนสักไหม คือเขาสักให้บิยอนเซ่ ก่อนมาเมืองไทยเขาเพิ่งจะสักลายใหม่ที่ท้องบิยอนเซ่ เขาสักให้ คริสติน่า อากีเลร่า ฟิฟฟ์ตี้เซนส์ เขาสักแต่แบบนั้น ส่วนที่ผมสักเพราะผมชอบงานเขาและติดตามตลอด โดยเฉพาะเด็กไทยจะมีกลุ่มที่ชื่นชอบเขา ขนาดที่พักที่โรงแรมยังมีแฟนคลับ 20-30 คน คอยจะบุกเข้ามาในห้องพัก สรุปคือโดมสักแต่กลับเป็นมังกรน้อยมันก็เลยดูฮาๆ ดี ขำๆ ไม่มีอะไร"
ทั้งยังติงอดีตแฟนสาวอย่าง "พลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์"ไม่น่าเมาท์ตนเรื่องมากองละคร "รักไม่มีวันตาย" สายเป็นประจำ เหน็บเผื่อเวลาให้ฝ่ายหญิงแต่งหน้าทำผม
"ที่พลอยชอบออกมาแซวว่า โดมชอบไปกองสาย ผมขอบอกว่าจริงๆ ไม่น่าพูดนะเรื่องนี้ คือโอเคผมยอมรับว่าผมสาย แต่มันก็ไม่ได้สายถึงขนาดว่าเละเทะ แล้วก็ตอนไปที่กองก็ไม่ได้ว่าอะไรผมเลย คือจริงๆ ก็จะมีบอกว่าพี่ทำไมสาย ประมาณว่าอย่าให้ถึงครั้งที่สามเดี๋ยวเชือดๆ เป็นเคอร์ฟิว พอเสร็จก็เอามาพูด วันนั้นผมก็เฮ้ยยังไงเนี่ยเอามาพูด ก็ออกแนวแซวแต่ว่าจริง(หัวเราะ)"
"คือผมรู้ว่าพลอยทำผมแต่งหน้านานมาก ผมกะเวลาถูก และคนที่กองจะนัดผมกะเวลาห่างจากพลอยอยู่ 1 ชั่วโมงอยู่แล้ว แต่ผมรู้ว่า 1 ชั่วโมงไม่พอกับการแต่งหน้าทำผมของพลอยต้องประมาณชั่วโมงครึ่ง ผมก็จะสายประมาณครึ่งชั่วโมงหรือ 40 นาที ประมาณนี้ก็จะพอดีกัน"
"แต่ตอนนี้เคลียร์กันแล้ว คือจริงๆ เรื่องของการตรงเวลาเป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว ซึ่งผมก็จะพยายามปรับ แต่มันยากมากสำหรับนักร้องเพราะอาชีพนี้ผมต้องเล่นคอนเสิร์ตเที่ยงคืน นอนตีสี่ ผมตื่น 11 โมงหรือเที่ยงมาโดยตลอด แต่พอมาเล่นละครบางคนบอกให้นอนเร็วสักสี่ทุ่ม จะได้ตื่นตีห้าไปกองหกโมง ผมก็บอกว่าถ้าทำได้ผมก็คงทำ แต่อาทิตย์หนึ่งผมเล่นละครสามวัน อีกสี่วันผมต้องปรับโหมดมานอนกลางคืนเพื่อจะเล่นคอนเสิร์ต ตอนนี้ร่างกายผมก็งงไปหมด สามวันตื่นเช้านอนเร็ว สี่วันนอนดึกตื่นสาย มันลำบากเหมือนกัน ตอนนี้โอเคขึ้น เพราะเริ่มสนุกกับการทำงานร้องเพลงมากขึ้น แล้วก็เริ่มรู้สึกว่าอยากไปกองถ่ายมากขึ้นด้วย งานตอนนี้ประมาณ 30% ประมาณกุมภาพันธ์ได้ชมแน่นอน รอรับรางวัลแล้ว(หัวเราะ)"
รับเคยพูดจะไม่เล่นละครอีก เพราะยังปรับตัวไม่ทัน แต่ตอนนี้ความรู้สึกเปลี่ยนไป และให้โพลีพลัสดูแลงานละครให้
"กระแสข่าวว่าผมไม่อยากเล่นละครอีกแล้วเพราะมันเหนื่อยมาก จริงๆ ผมเป็นคนพูดเองไม่ใช่กระแสข่าว เพราะวันแรกที่ผมไปกองผมกลับบ้านมา ผมพูดกับตัวเองว่าไม่น่าเลย ก็คิดอย่างนั้นจริงๆ คือรู้สึกว่ามันงงไปหมดและก็เหวอ ทีมงานก็ไม่รู้จัก คือมันตื่นไปหมด พอผ่านมาวันที่สอง ทุกอย่างมันก็เริ่มจะดีขึ้นเรื่อยๆ พอผ่านไปอาทิตย์หนึ่งก็รู้สึกว่าทำได้ ตอนนี้เริ่มกลายเป็นสนุกแล้ว กลายเป็นอยากไปกอง แล้วจะมีเรื่องต่อไปอีกแน่นอน มีคนมาติดต่อเยอะ คือผมให้ทางโพลีพลัสดูแลอยู่ เพราะฉะนั้นถ้าใครจะติดต่อมา คือส่งไปที่โพลีพลัสได้เลย เดี๋ยวทางผู้ใหญ่จะช่วยดูให้ แต่เท่าที่คุยไว้คือขอแค่ปีละเรื่อง"
“น้องแตงเน่า” ราคาตก ปะทะ “ม่าย JIM เหล็ก” ขึ้นลำพระเอก!!/ซ้อ 7
ก่อนอื่นซ้อต้องขอเป็นกำลังใจให้กับผู้ประภัยน้ำท่วมในทุกๆ จังหวัด ขอให้ผ่านเหตุการณ์เลวร้ายนี้ไปให้เร็วที่สุด อยากจะให้ทุกคนเข้มแข็งเข้าไว้ ภัยธรรมชาติเป็นเรื่องที่ควบคุมไม่ได้ แต่อย่างหนึ่งที่ไม่เคยขาดหายไปจากสังคมไทย ก็คือ น้ำใจ ทุกครั้งที่เพื่อนมนุษย์เดือดร้อนคนไทยอย่างเราๆ ไม่เคยทอดทิ้ง
หนึ่งในนั้นซ้อก็อยากปรบมือดังๆ ให้กับบรรดาดาราหน้าเป็นทั้งหลาย ที่เสนอตัวออกมาช่วยมากเป็นประวัติการณ์ ถึงจะมีทั้งคนเต็มใจ และอยากเอาหน้าก็เหอะ แต่อย่างน้อยๆ ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย ไหนๆ ก็เหี้ยมาเยอะ หัดทำเรื่องดีๆ ซะบ้าง ไม่ใช่เลวดักดานเหมือน “น้องแตงเน่า” ที่ชาตินี้คงไม่ได้ผุดได้เกิดแล้วชัวร์ๆ เพราะตั้งแต่จำความได้ นอกจากหล่อนจะทำเรื่องดีๆ ไม่เป็นแล้ว ยังหน้าด้านเข้าข้างตัวเองว่าสิ่งที่ทำนั้นมันถูกต้อง
หนังสือหนังหาก็ไม่เรียน เพราะเรียนไปก็หาเงินมาใช้หนี้ไม่ได้ เล่นละครก็แข็งเป็นสาก แต่ก็ยังหน้าด้านจะเป็นดารา แถมยังปากหมาขี้เรื้อน นี่ขนาดยังไม่นับเรื่องบ้าผู้ชาย ประวัติยังเน่าเฟะไม่มีชิ้นดี ก็เพราะทำตัวแบบนี้สิน้าจุดจบมันถึงได้เป็นอย่างที่เห็น
ทำตัวเองแท้ๆ ยังมีหน้าไปว่าคนอื่นรังแก ทุเรศ!!!
สภาพของน้องแตงเน่าตอนนี้ ก็เลยไม่ต่างอะไรกับ “หมาหัวเน่า” ที่ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ มันก็แหงล่ะ ใครจะอยาก “ตกอับ” ไปด้วยว่ามะ
เรียกว่าเพื่อนก็ไม่คบ งานก็ไม่มี แต่ที่หนักไปกว่านั้น ผลพวงที่ตกงานมาหลายเดือน ทำให้เงินที่มีอยู่เริ่มหมด ซึ่งมันเป็นความซวยส่วนตัวของคุณน้องเธอ ที่ดันใช้เงินสุรุ่ยสุร่าย กระแดะใช้แต่ของแบรนด์เนม วันๆ ถ้าไม่หมดไปกับชอปปิ้งก็จ่ายไปกับค่าซิลิโคน เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ตั้งแต่สมัยยังดังจน “ตกกระป๋อง” น้องแตงเน่าก็ยังจมไม่ลง สะเออะอยากทำตัวเป็นไฮโซไม่ได้ดูหนังหน้าตัวเองซะเล้ย
ตอนนี้น้องแตงเน่าก็เลยเครียดหนัก เรียกว่า นอนเอาตีนก่ายหน้าผากทุกวัน อย่าว่าแต่เงินจะผ่อนรถผ่อนบ้านเลย ขนาดเงินแดกข้าวยังจะไม่มีแล้ว วันดีคืนดีถ้าเห็นสาวหน้าคล้ายแม่มดนั่งซดก๋วยเตี๋ยวข้างทาง แฟนๆ ก็อย่าแปลกจาย…
ล่าสุด ถึงขนาดยอมบากหน้าไปของานคนโน้นคนนี้ทำ แต่ที่อยากจะสมน้ำหน้า ก็เรื่องที่อียอมลดศักดิ์ศรี ไม่อวดดีจองหองเหมือนเก่า จากที่เคยเรียกค่าตัวเว่อร์ๆ เป็นหมื่นๆ แต่ตอนนี้ “ไม่กี่พัน” ก็เอานี่แหละว่ะ ก๊ากๆๆๆๆๆๆ
นี่ขนาดทั้ง ลด-แลก-แจก-แถม ยังไม่มีใครอยากจะจ้างให้งานแปดเปื้อน
จากที่เป็นดาวเด่น ตอนนี้เป็นไง เอ็กซ์ตร้ายังมีค่ามากกว่าหล่อนอีกย่ะ
แถมยังเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เพราะแว่วว่าทางต้นสังกัดอย่าง “คุณป้าผมทรงหน้าม้า” เองก็เอือมระอาเต็มแก่ ถึงกับถือโอกาสนี้แก้แค้นน้องแตงเน่าให้สาสม ที่เคยอวดดีไม่เห็นหัวผู้ใหญ่ บังอาจเอาคุณป้าผมหน้าม้าไปนินทา ว่า ใช้งานเยี่ยงทาส แต่ค่าแรงกลับเบี้ยน้อยหอยน้อย ไม่เป็นกอบเป็นกำเหมือนเดินสายโชว์ตัว ว่ากันว่า ครั้งนั้นทำเอาคุณป้าผมหน้าม้าเดือดปุดๆ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะติดสัญญา ที่สำคัญต้องรักษาหน้า ไม่อยากให้คนด่าว่าตาถั่ว เอากอหรี่มาย้อมแมว
สุดท้ายตอนนี้งานนอกก็ไม่มี ต้นสังกัดก็ตัดหางปล่อยวัด ตกที่นั่งหมาหัวเน่าของจริง เอ๋งๆ
คนที่ซวยสุด ก็คือ “ผัวหน้าอ่อน” เพราะนอกจากจะกลายเป็นตัวประหลาดไปด้วย ยังต้องรองมือรองตีนคอยรองรับอารมณ์เวลาที่น้องแตงเน่าของขึ้น หงุดหงิดกับชะตากรรมตัวเอง จะว่าไปก็น่าเห็นใจผัวหน้าอ่อน นี่ขนาดเพิ่งโดนน้องแตงเน่าตบหน้า แถมยังด่าสารพัดสัตว์จนอับอายคนทั้งห้าง เจ้าตัวยังทนเป็นผัวไม่หือไม่อือ
ระวังให้ดีเถอะ ถ้าไอ้หน้าอ่อนมันเบื่อขึ้นมาเมื่อไหร่ มีหวังได้กลับไปรูดเสาป้าบๆ แก้คันคะเยอแน่เมิง
กะปิ๊หมดอายุอีกคนก็ “ม่าย JIM เหล็ก” หลังจากตรากตรำตะบันสากมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย จนตอนนี้หอยเท่าฝาบ้าน ก็ถึงเวลาที่ช่องคลอดมีอันเป็นไป เพราะเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า ตอนนี้ความรักระหว่าง ม่าย JIM เหล็ก กับ “ตี๋ตาส่อน” ถึงทางตันดันกันไม่ลงอีกต่อไป
จริงๆ ข่าวที่ทั้งคู่เลิกกันมันมีออกมาสักพักใหญ่ๆ แล้ว แต่ทั้ง ม่าย JIM เหล็ก และ ตี๋ตาส่อน ต่างก็ปฏิเสธทุกครั้ง ทั้งที่จริง คู่นี้เค้าจบสถานะผัวเมียมานานร่วมเดือน!!
หลังจากยกเสาลงหลุมกันมาหลายปี จนใครต่อใครพากันคิดว่า ม่าย JIM เหล็ก คงลงหลักปัก “ตอ” กับ ตี๋ตาส่อน ไม่เสียน้ำเชื้อให้ใครอีกแล้ว แต่จนแล้วจนรอด สันดานถ่างง่ายหน่ายเร็วก็ไม่ตายไปจากรู พอผัวเก่าถอนสมอปุ๊บ ม่าย JIM เหล็ก ก็ขึ้นลำใหม่ทันที ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นคนที่คุ้นเคยกับช่องคลอดของ ม่าย JIM เหล็ก เป็นอย่างดี คนๆ นั้นก็คือ “หนุ่มจอมเลื้อย” ผู้พิชิตน้ำเชื้อสาวๆ มาเกือบทั้งวงการ
อย่างที่บอก ว่า คู่นี้เค้าเคยลับตอกันมาก่อน พูดง่ายๆ ว่า ถ้าผ่าพิสูจน์ช่องคลอดของ ม่าย JIM เหล็ก ก็จะเจอซากสเปิร์มของหนุ่มจอมเลื้อยติดอยู่ จึงไม่ใช่เรื่องยากที่ทั้งคู่จะกลับมาสปาร์คกันอีกดอก เพราะฝ่ายชายก็เพิ่งเลิกกับแฟน อารมณ์เสี้ยนมันก็ต้องมีบ้าง ยิ่งอีกคนเต็มใจจะถ่างให้เป็นใครก็ลุยล่ะวะ
ความสัมพันธ์กลับมาเริ่มต้นตอนไหนไม่ทราบแน่ชัด แต่ที่ชัวร์ป้าบๆ ก็เมื่อไม่นานมานี้ทั้งคู่เพิ่งไปโชว์ความเสี้ยนให้คนในห้างตกตะลึงอ้าปากค้างมาแล้ว มีอย่างที่ไหน จู่ๆ ก็โน้มคอหนุ่มจอมเลื้อยมาดูดปากโฮกๆ จนเปียกแฉะไปหมด ก็ไม่รู้เป็นเพราะหูรูดมันยานจนขมิบไม่ทัน หรือเพราะคันจิ๊จนหักห้ามใจไม่อยู่ก็ไม่รู้ ถึงได้หน้าด้านเป็นปูนโบกตึก ถ้าไม่อายตัวเอง ก็น่าจะอายผีสางเทวดาซะบ้างนะยะ
ตอนนี้หนุ่มจอมเลื้อย ก็เลยเข้านอกออกในระหว่างบ้านกับช่องคลอดของ ม่าย JIM เหล็ก เป็นว่าเล่น
แต่ถึงกระนั้น ก็ใช่ว่าตี๋ตาส่อนจะเสียอกเสียใจ กลับตีปีกผั่บๆ ที่จะได้หวดหลุมใหม่ ว่ากันว่า ตอนนี้ตี๋ตาส่อนเองก็มีเมียใหม่ไปแล้วเรียบร้อยโรงเรียน 2 นาที 8 ท่า ที่สำคัญทั้งสาวกว่า ทั้งตึงกระชับกว่า พูดง่ายๆ ว่ารองรับทุกท่วงท่าดีกว่าป้าแก่ๆ เป็นไหนๆ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ
ไม่รู้ชาติที่แล้วทำบุญด้วยถุงยางรึเปล่า ถึงได้หัวกระดอ เอ้ย! กระไดไม่เคยแห้ง ยังไงก็ระวังกันให้ดีเถอะ วันดีคืนดีถ้าเกิด ม่าย JIM เหล็ก เป็นเอดส์ขึ้นมา คงได้ตายห่ากันทั้งวงการล่ะทีนี้
หนึ่งในนั้นซ้อก็อยากปรบมือดังๆ ให้กับบรรดาดาราหน้าเป็นทั้งหลาย ที่เสนอตัวออกมาช่วยมากเป็นประวัติการณ์ ถึงจะมีทั้งคนเต็มใจ และอยากเอาหน้าก็เหอะ แต่อย่างน้อยๆ ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย ไหนๆ ก็เหี้ยมาเยอะ หัดทำเรื่องดีๆ ซะบ้าง ไม่ใช่เลวดักดานเหมือน “น้องแตงเน่า” ที่ชาตินี้คงไม่ได้ผุดได้เกิดแล้วชัวร์ๆ เพราะตั้งแต่จำความได้ นอกจากหล่อนจะทำเรื่องดีๆ ไม่เป็นแล้ว ยังหน้าด้านเข้าข้างตัวเองว่าสิ่งที่ทำนั้นมันถูกต้องหนังสือหนังหาก็ไม่เรียน เพราะเรียนไปก็หาเงินมาใช้หนี้ไม่ได้ เล่นละครก็แข็งเป็นสาก แต่ก็ยังหน้าด้านจะเป็นดารา แถมยังปากหมาขี้เรื้อน นี่ขนาดยังไม่นับเรื่องบ้าผู้ชาย ประวัติยังเน่าเฟะไม่มีชิ้นดี ก็เพราะทำตัวแบบนี้สิน้าจุดจบมันถึงได้เป็นอย่างที่เห็น
ทำตัวเองแท้ๆ ยังมีหน้าไปว่าคนอื่นรังแก ทุเรศ!!!
สภาพของน้องแตงเน่าตอนนี้ ก็เลยไม่ต่างอะไรกับ “หมาหัวเน่า” ที่ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ มันก็แหงล่ะ ใครจะอยาก “ตกอับ” ไปด้วยว่ามะ
เรียกว่าเพื่อนก็ไม่คบ งานก็ไม่มี แต่ที่หนักไปกว่านั้น ผลพวงที่ตกงานมาหลายเดือน ทำให้เงินที่มีอยู่เริ่มหมด ซึ่งมันเป็นความซวยส่วนตัวของคุณน้องเธอ ที่ดันใช้เงินสุรุ่ยสุร่าย กระแดะใช้แต่ของแบรนด์เนม วันๆ ถ้าไม่หมดไปกับชอปปิ้งก็จ่ายไปกับค่าซิลิโคน เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ตั้งแต่สมัยยังดังจน “ตกกระป๋อง” น้องแตงเน่าก็ยังจมไม่ลง สะเออะอยากทำตัวเป็นไฮโซไม่ได้ดูหนังหน้าตัวเองซะเล้ย
ตอนนี้น้องแตงเน่าก็เลยเครียดหนัก เรียกว่า นอนเอาตีนก่ายหน้าผากทุกวัน อย่าว่าแต่เงินจะผ่อนรถผ่อนบ้านเลย ขนาดเงินแดกข้าวยังจะไม่มีแล้ว วันดีคืนดีถ้าเห็นสาวหน้าคล้ายแม่มดนั่งซดก๋วยเตี๋ยวข้างทาง แฟนๆ ก็อย่าแปลกจาย…
ล่าสุด ถึงขนาดยอมบากหน้าไปของานคนโน้นคนนี้ทำ แต่ที่อยากจะสมน้ำหน้า ก็เรื่องที่อียอมลดศักดิ์ศรี ไม่อวดดีจองหองเหมือนเก่า จากที่เคยเรียกค่าตัวเว่อร์ๆ เป็นหมื่นๆ แต่ตอนนี้ “ไม่กี่พัน” ก็เอานี่แหละว่ะ ก๊ากๆๆๆๆๆๆ
นี่ขนาดทั้ง ลด-แลก-แจก-แถม ยังไม่มีใครอยากจะจ้างให้งานแปดเปื้อน
จากที่เป็นดาวเด่น ตอนนี้เป็นไง เอ็กซ์ตร้ายังมีค่ามากกว่าหล่อนอีกย่ะ
แถมยังเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เพราะแว่วว่าทางต้นสังกัดอย่าง “คุณป้าผมทรงหน้าม้า” เองก็เอือมระอาเต็มแก่ ถึงกับถือโอกาสนี้แก้แค้นน้องแตงเน่าให้สาสม ที่เคยอวดดีไม่เห็นหัวผู้ใหญ่ บังอาจเอาคุณป้าผมหน้าม้าไปนินทา ว่า ใช้งานเยี่ยงทาส แต่ค่าแรงกลับเบี้ยน้อยหอยน้อย ไม่เป็นกอบเป็นกำเหมือนเดินสายโชว์ตัว ว่ากันว่า ครั้งนั้นทำเอาคุณป้าผมหน้าม้าเดือดปุดๆ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะติดสัญญา ที่สำคัญต้องรักษาหน้า ไม่อยากให้คนด่าว่าตาถั่ว เอากอหรี่มาย้อมแมว
สุดท้ายตอนนี้งานนอกก็ไม่มี ต้นสังกัดก็ตัดหางปล่อยวัด ตกที่นั่งหมาหัวเน่าของจริง เอ๋งๆ
คนที่ซวยสุด ก็คือ “ผัวหน้าอ่อน” เพราะนอกจากจะกลายเป็นตัวประหลาดไปด้วย ยังต้องรองมือรองตีนคอยรองรับอารมณ์เวลาที่น้องแตงเน่าของขึ้น หงุดหงิดกับชะตากรรมตัวเอง จะว่าไปก็น่าเห็นใจผัวหน้าอ่อน นี่ขนาดเพิ่งโดนน้องแตงเน่าตบหน้า แถมยังด่าสารพัดสัตว์จนอับอายคนทั้งห้าง เจ้าตัวยังทนเป็นผัวไม่หือไม่อือ
ระวังให้ดีเถอะ ถ้าไอ้หน้าอ่อนมันเบื่อขึ้นมาเมื่อไหร่ มีหวังได้กลับไปรูดเสาป้าบๆ แก้คันคะเยอแน่เมิง
กะปิ๊หมดอายุอีกคนก็ “ม่าย JIM เหล็ก” หลังจากตรากตรำตะบันสากมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย จนตอนนี้หอยเท่าฝาบ้าน ก็ถึงเวลาที่ช่องคลอดมีอันเป็นไป เพราะเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า ตอนนี้ความรักระหว่าง ม่าย JIM เหล็ก กับ “ตี๋ตาส่อน” ถึงทางตันดันกันไม่ลงอีกต่อไป
จริงๆ ข่าวที่ทั้งคู่เลิกกันมันมีออกมาสักพักใหญ่ๆ แล้ว แต่ทั้ง ม่าย JIM เหล็ก และ ตี๋ตาส่อน ต่างก็ปฏิเสธทุกครั้ง ทั้งที่จริง คู่นี้เค้าจบสถานะผัวเมียมานานร่วมเดือน!!
หลังจากยกเสาลงหลุมกันมาหลายปี จนใครต่อใครพากันคิดว่า ม่าย JIM เหล็ก คงลงหลักปัก “ตอ” กับ ตี๋ตาส่อน ไม่เสียน้ำเชื้อให้ใครอีกแล้ว แต่จนแล้วจนรอด สันดานถ่างง่ายหน่ายเร็วก็ไม่ตายไปจากรู พอผัวเก่าถอนสมอปุ๊บ ม่าย JIM เหล็ก ก็ขึ้นลำใหม่ทันที ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นคนที่คุ้นเคยกับช่องคลอดของ ม่าย JIM เหล็ก เป็นอย่างดี คนๆ นั้นก็คือ “หนุ่มจอมเลื้อย” ผู้พิชิตน้ำเชื้อสาวๆ มาเกือบทั้งวงการ
อย่างที่บอก ว่า คู่นี้เค้าเคยลับตอกันมาก่อน พูดง่ายๆ ว่า ถ้าผ่าพิสูจน์ช่องคลอดของ ม่าย JIM เหล็ก ก็จะเจอซากสเปิร์มของหนุ่มจอมเลื้อยติดอยู่ จึงไม่ใช่เรื่องยากที่ทั้งคู่จะกลับมาสปาร์คกันอีกดอก เพราะฝ่ายชายก็เพิ่งเลิกกับแฟน อารมณ์เสี้ยนมันก็ต้องมีบ้าง ยิ่งอีกคนเต็มใจจะถ่างให้เป็นใครก็ลุยล่ะวะ
ความสัมพันธ์กลับมาเริ่มต้นตอนไหนไม่ทราบแน่ชัด แต่ที่ชัวร์ป้าบๆ ก็เมื่อไม่นานมานี้ทั้งคู่เพิ่งไปโชว์ความเสี้ยนให้คนในห้างตกตะลึงอ้าปากค้างมาแล้ว มีอย่างที่ไหน จู่ๆ ก็โน้มคอหนุ่มจอมเลื้อยมาดูดปากโฮกๆ จนเปียกแฉะไปหมด ก็ไม่รู้เป็นเพราะหูรูดมันยานจนขมิบไม่ทัน หรือเพราะคันจิ๊จนหักห้ามใจไม่อยู่ก็ไม่รู้ ถึงได้หน้าด้านเป็นปูนโบกตึก ถ้าไม่อายตัวเอง ก็น่าจะอายผีสางเทวดาซะบ้างนะยะ
ตอนนี้หนุ่มจอมเลื้อย ก็เลยเข้านอกออกในระหว่างบ้านกับช่องคลอดของ ม่าย JIM เหล็ก เป็นว่าเล่น
แต่ถึงกระนั้น ก็ใช่ว่าตี๋ตาส่อนจะเสียอกเสียใจ กลับตีปีกผั่บๆ ที่จะได้หวดหลุมใหม่ ว่ากันว่า ตอนนี้ตี๋ตาส่อนเองก็มีเมียใหม่ไปแล้วเรียบร้อยโรงเรียน 2 นาที 8 ท่า ที่สำคัญทั้งสาวกว่า ทั้งตึงกระชับกว่า พูดง่ายๆ ว่ารองรับทุกท่วงท่าดีกว่าป้าแก่ๆ เป็นไหนๆ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ
ไม่รู้ชาติที่แล้วทำบุญด้วยถุงยางรึเปล่า ถึงได้หัวกระดอ เอ้ย! กระไดไม่เคยแห้ง ยังไงก็ระวังกันให้ดีเถอะ วันดีคืนดีถ้าเกิด ม่าย JIM เหล็ก เป็นเอดส์ขึ้นมา คงได้ตายห่ากันทั้งวงการล่ะทีนี้
“อุ้ม” เข็ดแล้ว! ไม่ทำแฮตทริกรีเทิร์น "เอ็กซ์" รอบ3
“อุ้ม” ปัดเป็นมือที่ 3 แทรกกลาง “อาร์ต-น้ำฝน” แอบควงฝ่ายชายไปสวีตที่หัวหิน ยันไม่ทำอะไรน่าเกลียด เพราะรู้มีแฟนแล้ว ทั้งนางเอกสาวยังเป็นรุ่นน้องที่มหาวิทยาลัย รับดีใจได้กลับมาร่วมงานกับอดีตรัก "เอ็กซ์" แต่ยันไม่มีรีเทิร์นรอบ 3 เพราะไลฟ์สไตล์ต่างกัน
หลังประกาศแยกทางกับดาราหนุ่ม “หนอ วีระชัย ศรีวณิกกุล” สาวเซ็กซี่ “อุ้ม ลักขณา วัธนวงส์ศิริ” ก็ครองตัวเป็นโสดเปล่าเปลี่ยวไร้คู่มาโดยตลอด อ้างขอมุงานไม่สนใจผู้ชายคนไหน แต่แล้วล่าสุดเจ้าตัวก็ตกเป็นจำเลยข้อหามือที่3แย่งหนุ่ม “อาร์ต พศุตม์ บานแย้ม” จากนางเอกรุ่นน้อง “น้ำฝน พัชรินทร์ จัดกระบวนพล” หลังมีคนเห็นทั้งคู่แอบหลบไปสวีตกันที่หัวหิน แม้ฝ่ายชายจะออกมาปฎิเสธแล้วว่า ไม่เป็นจริงอย่างที่คำร่ำลือ แต่สาวอุ้มก็ยังร้อนใจขอแจ้งให้ชัดซ้ำอีกว่า ตนกับฝ่ายชายไม่มีเรื่องฉันท์ชู้สาวเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
“ก็ตามที่เขาปฏิเสธค่ะ ไม่ได้มีอะไร จริงๆ เรารู้จักกัน เพราะเล่นละคร 7 ประจัญบาน ด้วยกัน อุ้มไปรับเชิญแค่ 4 ตอน และเล่นเป็นภรรยาของอาร์ตเลยทำให้เรารู้จักกัน ส่วนเรื่องที่ตามอาร์ตไปหัวหิน อุ้มไปจริงๆ พอดีอุ้มมีงานไปถ่ายแบบที่โน่น เราไม่รู้ไม่ทราบว่าเขาไปหัวหินหรือเปล่า แต่เท่าที่เห็นการสัมภาษณ์เขาไปใช่ไหมคะ แต่เราไม่ได้มีการนัดเจอกันค่ะ เพราะมันน่าเกลียดไหมตรงที่เราทำงานร่วมกัน แล้วเราก็รู้อยู่แล้วว่าเขาก็มีคนรู้ใจอยู่แล้ว เราก็ไม่ได้คิดจะไปเป็นมือที่3ของใคร”
อาร์ต พศุตม์-น้ำฝน พัชรินทร์
“คืออุ้มไปจริงแต่ว่าไม่มีการเจอกัน หรือแม้แต่เจอกันโดยบังเอิญ แต่อุ้มไม่แน่ใจว่ามีคนเห็นในเวลาใกล้เคียงกัน อาจจะไปทานข้าวร้านเดียวกัน เวลาใกล้ๆ กันหรือเปล่า ก็เลยงงว่าอ้าว...เราไปนัดเจอกันตั้งแต่เมื่อไหร่ พอกลับมาเห็นข่าวแล้วก็ตกใจ (ทำเสียงสูง) ว่า อ้าว...เฮ้ยมีข่าวด้วยกันได้ยังไง อาจจะเป็นเพราะว่าช่วงละครออกพอดีหรือเปล่า แต่ก็ไม่ได้มีอะไรกันจริงๆ ตอนนี้คนก็เข้าใจผิดหมดแล้วว่า อุ้มเป็นมือที่3คนอื่น แล้วน้ำฝนเป็นรุ่นน้องที่มหาวิทยาลัย เราก็รู้จักกัน อุ้มคงไม่ทำแบบนั้น เพราะมันก็น่าเกลียด ถ้าเราจะไปยุ่งกับคนที่เขามีแฟนแล้ว ถามว่ากับอาร์ตคุยกันบ่อยไหม ยอมรับว่ามีบีบีกันค่ะ แต่ไม่เคยคุยกันนอกเรื่อง ไม่มีเบอร์โทรศัพท์กัน บีบีกันเฉยๆ พอมีข่าวก็มีคุยกันเรื่องนี้บ้างแบบขำๆ ว่า มันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ยังไง เป็นการเข้าใจผิดว่า คงอาจจะเห็นในจังหวะเดียวกัน ใกล้ๆ กัน”
ดีใจได้ร่วมงานกับอดีตรักอย่าง “เอ็กซ์ ปิยะ วิมุกตายน” อีก แต่ยันไม่มีรีเทิร์นรอบ 3
“วันนี้ได้มาร่วมงานกับพี่เอ็กซ์รู้สึกไงบ้าง กับพี่เอ็กซ์ก็คุยกันค่ะ ตามปกติเราก็เป็นพี่น้องที่ดีต่อกัน วันนี้มาเราก็รู้สึกดี ไม่ได้เจอกันนาน พอร่วมงานกันก็แฮปปี้นะ แต่โอกาสรีเทิร์นคงยัง อุ้มคิดว่าเราเป็นพี่น้องกัน น่าจะคบกันได้ยืดกว่า รีเทิร์นกันมา 2 รอบแล้ว แต่ไลฟ์สไตล์ต่างกัน พี่เอ็กซ์เป็นคนเจ้าระเบียบ แต่เราเป็นคนไม่ค่อยมีระเบียบ ก็เลยเป็นพี่น้องกันดีกว่าค่ะ”
“ก็ตามที่เขาปฏิเสธค่ะ ไม่ได้มีอะไร จริงๆ เรารู้จักกัน เพราะเล่นละคร 7 ประจัญบาน ด้วยกัน อุ้มไปรับเชิญแค่ 4 ตอน และเล่นเป็นภรรยาของอาร์ตเลยทำให้เรารู้จักกัน ส่วนเรื่องที่ตามอาร์ตไปหัวหิน อุ้มไปจริงๆ พอดีอุ้มมีงานไปถ่ายแบบที่โน่น เราไม่รู้ไม่ทราบว่าเขาไปหัวหินหรือเปล่า แต่เท่าที่เห็นการสัมภาษณ์เขาไปใช่ไหมคะ แต่เราไม่ได้มีการนัดเจอกันค่ะ เพราะมันน่าเกลียดไหมตรงที่เราทำงานร่วมกัน แล้วเราก็รู้อยู่แล้วว่าเขาก็มีคนรู้ใจอยู่แล้ว เราก็ไม่ได้คิดจะไปเป็นมือที่3ของใคร”
อาร์ต พศุตม์-น้ำฝน พัชรินทร์
ดีใจได้ร่วมงานกับอดีตรักอย่าง “เอ็กซ์ ปิยะ วิมุกตายน” อีก แต่ยันไม่มีรีเทิร์นรอบ 3
“วันนี้ได้มาร่วมงานกับพี่เอ็กซ์รู้สึกไงบ้าง กับพี่เอ็กซ์ก็คุยกันค่ะ ตามปกติเราก็เป็นพี่น้องที่ดีต่อกัน วันนี้มาเราก็รู้สึกดี ไม่ได้เจอกันนาน พอร่วมงานกันก็แฮปปี้นะ แต่โอกาสรีเทิร์นคงยัง อุ้มคิดว่าเราเป็นพี่น้องกัน น่าจะคบกันได้ยืดกว่า รีเทิร์นกันมา 2 รอบแล้ว แต่ไลฟ์สไตล์ต่างกัน พี่เอ็กซ์เป็นคนเจ้าระเบียบ แต่เราเป็นคนไม่ค่อยมีระเบียบ ก็เลยเป็นพี่น้องกันดีกว่าค่ะ”
“ไอซ์” ปัดไม่ใช่ขาลง แต่รับช่วงเบญจเพสมีแต่เรื่องไม่ดี
“ไอซ์” ปัดช่วงขาลง เผยต้องเคลียร์คิวให้ละคร 3 เรื่อง ยอมรับเสียดายรายได้ที่ขาดหายไป พร้อมปัดไปเที่ยวอังกฤษกับหนุ่ม เผยปีนี้เบญจเพสเจอแต่เรื่องไม่ดี ส่วนเนื้อคู่หมอดูทักยังไม่เจอ
ข่าวก็ไม่ค่อยจะมี แถมยังเงียบหายไปจากการโชว์ตัวตามงานต่างๆ งานนี้เลยมีเสียงเม้าท์กันให้ทั่วว่า ฤาจะถึงช่วง "ขาลง" ของสาวสวย "ไอซ์ อภิษฎา เครือคงคา" เสียแล้ว?
“ที่หายไปเพราะติดถ่ายละครค่ะ 3 เรื่องก็เลยไม่ค่อยว่าง คิวเต็ม 7 วันเลย คนมองขาลงเหรอ ไม่หรอกไอซ์มองว่าช่วงนี้อาจจะเป็นช่วงหน้าฝนด้วย แล้วพอดีมีคิวอีเว้นท์มามันก็ตรงกับคิวละคร ซึ่งเราก็เกรงใจ เพราะนี่ก็แชร์คิวกันอยู่แล้ว 3 เรื่อง ไอซ์ก็เลยให้คิวละครเป็นหลัก แต่ถ้าติดต่อมาล่วงหน้าสัก 2-3 อาทิตย์ก่อนที่เขาจะวางคิวละครเราก็อาจจะมาได้”
“แต่ไอซ์เฉยๆ กับคำนี้นะ คือเราก็หยุดถ่ายแบบเซ็กซี่มาสักพัก 2-3 ปีแล้ว แต่มันก็ยังมีภาพอยู่ แล้วไอซ์ก็ไม่คิดว่าเป็นช่วงขาลงอะไร จริงๆ ไอซ์สามารถเล่นละครแล้วอยู่ได้ ยังมีงานอีเว้นท์อยู่ แต่แค่บางทีมาไม่ได้แค่นั้นเอง ไม่ได้ซีเรียสค่ะ รายได้ก็หายไปเหมือนกัน แต่ไอซ์คิดว่าละคร 3 เรื่องมันก็น่าจะคุ้มอยู่กับการที่ไปเล่นละครทีเดียวก่อน”
ปัดไม่ได้ไปเที่ยงอังกฤษกับหนุ่มที่ไหน แต่ไปกับกลุ่มเพื่อนหญิงล้วน บอกโสดสนิทมาเป็นปีแล้ว เพราะยังเลือกไม่ได้ว่าตนชอบผู้ชายแบบไหนกันแน่...“ไปเที่ยวอังกฤษมาจริงค่ะ แต่ไม่ได้ไปกับหนุ่มๆ เลย ไปกับสาวๆ มากกว่า"
"ไปกับเพื่อนกรุ๊ปสุดท้ายก่อนที่จะเรียนจบ เดินกับหนุ่มๆ ที่ไหนก็ไม่มีเลย ไม่มีหนุ่มคนไหนไปด้วยเลย ไม่มีจริงๆ มีแต่เพื่อนผู้หญิง แต่ถ้ามีก็จะเป็นเพื่อนที่มหาวิทยาลัยของเพื่อนอีกที แต่ว่าไม่ได้สนิทอะไรขนาดนั้น คือคนที่สนิทด้วยจริงๆ และตั้งใจไปหาจริงๆ ก็คือเพื่อนผู้หญิง”
“ตอนนี้โสดค่ะ โสดสนิทมาก ก็นานแล้วนะเป็นปีแล้ว อยู่คนเดียวมันก็เหงาเหมือนกัน แต่ก็เข้าใจไม่มีอะไร ชิลล์ๆ สนุกดีค่ะได้อยู่กับเพื่อน ไม่มีจริงๆ นะ ไม่รู้จะทำยังไง หาไปเรื่อยๆ ดูไปเรื่อยๆ แต่ถามว่าเลือกมากมั้ยก็เลือกอยู่ คือเลือกดีกว่าไม่เลือกเลยนะ"
"แต่เราก็ต้องดูไปเรื่อยๆ เพราะว่าอายุเราก็ไม่ใช่น้อย แต่ก็ไม่ได้มาก คือตอนนี้มันไม่รู้จะชอบแนวไหน ไม่รู้ว่าจะชอบแนวเด็กๆ สนุกๆ หรือผู้ใหญ่ๆ คือยังไม่รู้ว่าชีวิตต้องการอะไร สเป็กตอนนี้ก็ยังไม่รู้เลยว่าชอบอะไร ต้องการแบบไหน แต่ไม่จำเป็นต้องไฮโซ คือยังไม่รู้จริงๆ ว่าตัวเองชอบแบบไหน ก็อยู่เป็นโสดไปก่อน”
ยอมรับปีนี้เป็นปีที่ตนเบญจเพสพอดี และเจอแต่เรื่องโชคร้ายบ่อยๆ แถมหมอดูทักอีกว่าจะยังไม่เจอเนื้อคู่...“กับหลวง(พสุ ลิปพัลลภ)ก็ยังเฉยๆ ถ้ามีได้เจอก็เจอกัน เป็นเพื่อนกันไปเรื่อยๆ ไม่มีอะไร เอางานก่อนดีกว่า เพราะนี่จะเลยเบญจเพสแล้ว ก็รอให้ผ่านช่วงนี้ไปก่อน"
"เพราะรู้สึกว่าช่วงนี้มันซวยเยอะ ก็รอให้มันพ้นไปก่อนแล้วค่อยมองเรื่องหลายๆ เรื่อง คือที่ว่าซวยก็เพราะไปอังกฤษก็โดนขโมยตังค์ โดนไปเยอะเหมือนกัน แล้วเวลาอาบน้ำปกติไม่เคยล้มในห้องน้ำ แต่อยู่ดีๆ ก็ล้มเฉยเลย ได้แผลเต็มไปหมด ก็เลยรู้สึกว่าของเขาแรงจริงๆ ก็ขอให้ผ่านปีไปก่อน แล้วค่อยทำอะไรอย่างอื่น”
“ทำบุญมั้ยก็ทำบุญได้เท่าที่ทำ แต่ไม่ได้ไปสะเดาะเคราะห์ เพราะคิดว่าตัวเองมีเคราะห์ไปแล้วเมื่อปีที่แล้วตั้งแต่ที่เกิดอุบัติเหตุ ก็คิดว่าหมดไปแล้ว แต่รู้สึกว่าไปอังกฤษปีที่แล้วก็โดนขโมยตังค์ แต่ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ไปครั้งนี้ก็โดนอีก สงสัยดวงอาจจะไม่เหมาะ"
"แต่ก็มีหมอดูทักเหมือนกันนะเรื่องเบญจเพสเรื่องคู่(หัวเราะ) ทำให้เราคิดว่าเอ๊ะหรือจะเป็นจริง ปีนี้อาจจะยังไม่ใช่ยังไม่ดี ก็รอปีหน้า ไอซ์คิดว่าเรื่องอย่างนี้มันอยู่ที่ใจ ถ้าเราคิดว่าดีอะไรมันก็ดีไปหมด ตอนนี้ยังรู้สึกหดหู่อยู่ว่าจะมีอะไรอีกรึเปล่า”
“ที่หายไปเพราะติดถ่ายละครค่ะ 3 เรื่องก็เลยไม่ค่อยว่าง คิวเต็ม 7 วันเลย คนมองขาลงเหรอ ไม่หรอกไอซ์มองว่าช่วงนี้อาจจะเป็นช่วงหน้าฝนด้วย แล้วพอดีมีคิวอีเว้นท์มามันก็ตรงกับคิวละคร ซึ่งเราก็เกรงใจ เพราะนี่ก็แชร์คิวกันอยู่แล้ว 3 เรื่อง ไอซ์ก็เลยให้คิวละครเป็นหลัก แต่ถ้าติดต่อมาล่วงหน้าสัก 2-3 อาทิตย์ก่อนที่เขาจะวางคิวละครเราก็อาจจะมาได้”
“แต่ไอซ์เฉยๆ กับคำนี้นะ คือเราก็หยุดถ่ายแบบเซ็กซี่มาสักพัก 2-3 ปีแล้ว แต่มันก็ยังมีภาพอยู่ แล้วไอซ์ก็ไม่คิดว่าเป็นช่วงขาลงอะไร จริงๆ ไอซ์สามารถเล่นละครแล้วอยู่ได้ ยังมีงานอีเว้นท์อยู่ แต่แค่บางทีมาไม่ได้แค่นั้นเอง ไม่ได้ซีเรียสค่ะ รายได้ก็หายไปเหมือนกัน แต่ไอซ์คิดว่าละคร 3 เรื่องมันก็น่าจะคุ้มอยู่กับการที่ไปเล่นละครทีเดียวก่อน”
ปัดไม่ได้ไปเที่ยงอังกฤษกับหนุ่มที่ไหน แต่ไปกับกลุ่มเพื่อนหญิงล้วน บอกโสดสนิทมาเป็นปีแล้ว เพราะยังเลือกไม่ได้ว่าตนชอบผู้ชายแบบไหนกันแน่...“ไปเที่ยวอังกฤษมาจริงค่ะ แต่ไม่ได้ไปกับหนุ่มๆ เลย ไปกับสาวๆ มากกว่า"
"ไปกับเพื่อนกรุ๊ปสุดท้ายก่อนที่จะเรียนจบ เดินกับหนุ่มๆ ที่ไหนก็ไม่มีเลย ไม่มีหนุ่มคนไหนไปด้วยเลย ไม่มีจริงๆ มีแต่เพื่อนผู้หญิง แต่ถ้ามีก็จะเป็นเพื่อนที่มหาวิทยาลัยของเพื่อนอีกที แต่ว่าไม่ได้สนิทอะไรขนาดนั้น คือคนที่สนิทด้วยจริงๆ และตั้งใจไปหาจริงๆ ก็คือเพื่อนผู้หญิง”
“ตอนนี้โสดค่ะ โสดสนิทมาก ก็นานแล้วนะเป็นปีแล้ว อยู่คนเดียวมันก็เหงาเหมือนกัน แต่ก็เข้าใจไม่มีอะไร ชิลล์ๆ สนุกดีค่ะได้อยู่กับเพื่อน ไม่มีจริงๆ นะ ไม่รู้จะทำยังไง หาไปเรื่อยๆ ดูไปเรื่อยๆ แต่ถามว่าเลือกมากมั้ยก็เลือกอยู่ คือเลือกดีกว่าไม่เลือกเลยนะ"
"แต่เราก็ต้องดูไปเรื่อยๆ เพราะว่าอายุเราก็ไม่ใช่น้อย แต่ก็ไม่ได้มาก คือตอนนี้มันไม่รู้จะชอบแนวไหน ไม่รู้ว่าจะชอบแนวเด็กๆ สนุกๆ หรือผู้ใหญ่ๆ คือยังไม่รู้ว่าชีวิตต้องการอะไร สเป็กตอนนี้ก็ยังไม่รู้เลยว่าชอบอะไร ต้องการแบบไหน แต่ไม่จำเป็นต้องไฮโซ คือยังไม่รู้จริงๆ ว่าตัวเองชอบแบบไหน ก็อยู่เป็นโสดไปก่อน”
ยอมรับปีนี้เป็นปีที่ตนเบญจเพสพอดี และเจอแต่เรื่องโชคร้ายบ่อยๆ แถมหมอดูทักอีกว่าจะยังไม่เจอเนื้อคู่...“กับหลวง(พสุ ลิปพัลลภ)ก็ยังเฉยๆ ถ้ามีได้เจอก็เจอกัน เป็นเพื่อนกันไปเรื่อยๆ ไม่มีอะไร เอางานก่อนดีกว่า เพราะนี่จะเลยเบญจเพสแล้ว ก็รอให้ผ่านช่วงนี้ไปก่อน"
"เพราะรู้สึกว่าช่วงนี้มันซวยเยอะ ก็รอให้มันพ้นไปก่อนแล้วค่อยมองเรื่องหลายๆ เรื่อง คือที่ว่าซวยก็เพราะไปอังกฤษก็โดนขโมยตังค์ โดนไปเยอะเหมือนกัน แล้วเวลาอาบน้ำปกติไม่เคยล้มในห้องน้ำ แต่อยู่ดีๆ ก็ล้มเฉยเลย ได้แผลเต็มไปหมด ก็เลยรู้สึกว่าของเขาแรงจริงๆ ก็ขอให้ผ่านปีไปก่อน แล้วค่อยทำอะไรอย่างอื่น”
“ทำบุญมั้ยก็ทำบุญได้เท่าที่ทำ แต่ไม่ได้ไปสะเดาะเคราะห์ เพราะคิดว่าตัวเองมีเคราะห์ไปแล้วเมื่อปีที่แล้วตั้งแต่ที่เกิดอุบัติเหตุ ก็คิดว่าหมดไปแล้ว แต่รู้สึกว่าไปอังกฤษปีที่แล้วก็โดนขโมยตังค์ แต่ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ไปครั้งนี้ก็โดนอีก สงสัยดวงอาจจะไม่เหมาะ"
"แต่ก็มีหมอดูทักเหมือนกันนะเรื่องเบญจเพสเรื่องคู่(หัวเราะ) ทำให้เราคิดว่าเอ๊ะหรือจะเป็นจริง ปีนี้อาจจะยังไม่ใช่ยังไม่ดี ก็รอปีหน้า ไอซ์คิดว่าเรื่องอย่างนี้มันอยู่ที่ใจ ถ้าเราคิดว่าดีอะไรมันก็ดีไปหมด ตอนนี้ยังรู้สึกหดหู่อยู่ว่าจะมีอะไรอีกรึเปล่า”
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)