วันศุกร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2556

เพลง หัวใจไม่เคยหยุดรักเธอ – ปนัดดา เรืองวุฒิ OST.มณีสวาท



ฟังเพลง เนื้อเพลง เพลงหัวใจไม่เคยหยุดรักเธอ – ปนัดดา เรืองวุฒิ
เพลงประกอบละคร มณีสวาท
เสียงของสายลม กระซิบเมื่อมันพัดผ่าน
บอกฉันเรื่องร้อยพัน เรื่องความรักเรื่องการจากลา
เสียงของหัวใจ เรียกเธอทั้งทั้งน้ำตา
หากเธอจะหันมา ก็จะเห็นความจริงข้างใน
ความรัก ไม่จางหาย
ไม่มีใครที่จะพรากมันไปจากฉัน ได้ทั้งนั้น
หัวใจมันเก็บไว้
รักเธอเสมอ จะรอเธอ
ต่อให้กาลเวลาผ่านไป สักแค่ไหน
หัวใจ ไม่เคยหยุดรักเธอ
แสงของพระจันทร์ สะท้อนคืนวันมืดหม่น
จะลืมใครสักคน ยากจะลบเลือนความผูกพัน
รักเพียงครั้งหนึ่ง ติดตรึงไปจนนิรันดร์
ที่เราเคยรักกัน นานแค่ไหนใจยังจดจำ
ความรัก ไม่จางหาย
ไม่มีใครที่จะพรากมันไปจากฉัน ได้ทั้งนั้น
หัวใจมันเก็บไว้
รักเธอเสมอ จะรอเธอ
ต่อให้กาลเวลาผ่านไป สักแค่ไหน
หัวใจ ไม่เคยหยุดรักเธอ
ความรัก ไม่จางหาย
ไม่มีใครที่จะพรากมันไปจากฉัน ได้ทั้งนั้น
หัวใจมันเก็บไว้
รักเธอเสมอ จะรอเธอ
ต่อให้กาลเวลาผ่านไป สักแค่ไหน
หัวใจ ไม่เคยหยุดรักเธอ

วันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2556

“ซาร่า” ลั่นเปลือยจุกเล่นหนังฮอลลีวูดไม่ใช่เรื่องใหญ่ บอก “จันดารา” แรงกว่าหลายเท่า

“ซาร่า” เผยเปลือยจุกเล่นหนังฮอลลีวูด เรื่อง “12-12-12” ไม่ใช่เรื่องใหญ่ มองเป็นงาน ถ้าไม่ทำตนก็โดนด่าว่าเล่นไม่สมบทบาท แจงผู้หญิงทุกคนมีหน้าอก ส่วนผู้ชายก็เคยกินนมแม่ ฉะนั้น ไม่ใช่เรื่องแปลก บอกหนัง “จันดารา” แรงกว่า 10 เท่า รับหนังไม่ใช่เกรดเอแต่ก็ภูมิใจ เผย “แองเจลินา โจลี” ก่อนจะดังก็เริ่มเล่นหนังกับบริษัทที่ทำหนังให้ตน เชื่ออนาคตจะไปถึงจุดนั้นบ้าง พร้อมรับคบหนุ่มนักธุรกิจชาวต่างชาติวัย 40 ปี



หันหลังให้วงการบันเทิงไทยไปเล่นหนังฮอลลีวูดหลายปี สำหรับ “ซาร่า มาลากุล เลน” ล่าสุด ก็ทำเอาหลายคนฮือฮา เมื่อมีภาพผลงานเรื่องล่าสุดของซาร่า เรื่อง “12-12-12” ปรากฏออกมาผ่านสื่อไทย ซึ่งเป็นฉากที่ซาร่าเปลือยหน้าอกอล่างฉ่าง แบบอันเซ็นเซอร์ จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมาย ล่าสุด เจ้าตัวบินกลับเมืองไทย และเดินทางมาร่วมงาน Cpn The Great Chinese New Year 2013 ที่ เซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งซาร่าได้เผยถึงเรื่องนี้ ว่า ตนไม่ซีเรียสที่มีคนวิจารณ์ เพราะมองเป็นงาน บอก “จันดารา” แรงกว่านี้หลายเท่า คอหนังเตรียมเฮเพราะหนังเรื่องนี้เตรียมเข้าฉายในไทยด้วย

“มีข่าวนี้มาก็พอทราบบ้างค่ะ คุณแม่ก็ยังอยู่ที่นี่คุณแม่ก็จะส่งข่าวมาเรื่อยๆ ค่ะ ซาร่าก็เข้าไปเปิดดูในอินเทอร์เน็ตเองค่ะ มันก็อย่างนั้นแหละค่ะ (หัวเราะ) จริงๆ รู้สึกเฉยๆ ค่ะ ซาร่ามองว่าสมัยนี้คือพูดถึงหน้าอก ก็คือหน้าอกค่ะ ผู้หญิงทุกคนก็มี ไม่เห็นจะเป็นเรื่องใหญ่ ตัวเองก็ได้ข่าวว่าในเมืองไทยก็จะมีพวกหนังอีโรติกพอสมควร ซึ่งแรงกว่าที่ซาร่าเล่นอีกเพราะฉะนั้นก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรมาก”

“ฉากนี้มันอยู่ในบทค่ะ จริงๆ มันเป็นฉากอาบน้ำ ถ้าให้อาบน้ำแล้วใส่เสื้อผ้าก็ไม่ถูกต้อง คนดูก็จะด่าอีก ว่า เล่นไม่สมบทบาทถูกไหม หันไปทางไหนก็โดนว่า ก็เฉยๆ พอเล่นก็จะโดนว่าไปโน่นแล้วไม่ได้งานเล่นก็โดนว่าเล่นเกรดไม่ดีจะไปทำอะไร ไม่ได้เครียดค่ะ ซาร่าทำให้ตัวเองมีความสุข คือ คนอื่นจะคิดอะไรซาร่าก็เฉยๆ ค่ะ เรื่องค่าตัว ก็ได้เยอะอยู่ค่ะ ถ้าเงินไทยก็ประมาณ 7 หลัก คำนวณไม่ถูก ถ้าเทียบกับเงินดอลลาร์ก็เยอะ อยู่ก็คุ้มค่ะ หนังเรื่องนี้มีการติดต่อซื้อมาฉายที่เมืองไทยแล้ว แต่ไม่แน่ใจเหมือนกันนะคะว่าจะเข้าฉายเมื่อไหร่ แต่จะเปลี่ยนจากชื่อเรื่อง 12-12-12 เป็น Evil Born”

ส่วนที่คนไทยมองว่าเปลืองตัวเกินไปยังรับเรื่องนี้ไม่ได้ “ซาร่า” บอกว่า จันดาราแรงกว่า 10 เท่า
“จริงเหรอ แต่เมื่อคืนซาร่านั่งดูหนังเรื่องจันดารา เรื่องนั้นรุนแรงกว่า 10 เท่า พี่ผู้จัดการเขาเอาหนังเรื่องจันดารามาให้ดู ก็ไม่ได้รู้สึกแย่ อย่างที่บอกก็คือผู้หญิงทุกคนก็มีค่ะ มันก็เป็นเรื่องปกติผู้ชายก็เคยกินนมแม่ใช่ไหมคะ ก็เป็นเรื่องปกติ เพราะฉะนั้นจะคิดมากทำไม”

“ซาร่าก็มีลิมิตของตัวเองค่ะ ถ้าเกิดตัวเองว่าคิดว่ามันเยอะไปก็บอกค่ะ เราเล่นหนังเต็มใจกับงานอยู่แล้วค่ะ เราเป็นคนที่ให้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าตัวเองไม่มีความสุขไม่แฮปปี้ซาร่าก็จะไม่ทำค่ะ มีข่าวนี้มาคือ ซาร่าจะมองในแง่ดี ใครคิดลบก็เรื่องของเขา ตัวซาร่าคิดดีกับทุกคน คนอื่นมานั่งติเราเขาจะไม่มีความสุขก็ปัญหาเขา มานั่งด่าว่าในอินเทอร์เน็ตชีวิตเขาก็จะไม่มีความสุขถูกไหม”

แม่ไม่ว่าเพราะโตแล้ว
“ซาร่าโตแล้ว งานของซาร่าก็อยู่ในมือผู้จัดการกับคนที่โน่นค่ะ คุณแม่เขาก็จะโอเคอยู่แล้ว คุณแม่ก็ไม่เคยปิดกั้น ซาร่าเซ็น 5 ปีค่ะ บริษัทหนังเขาป้อนงานให้ซาร่าตามเอเจนซี่ค่ะ ก็คือเซ็นกับเขา 5 ปี เล่นเรื่องนี้เขาประทับใจ เขาก็เลยให้เล่นต่อไปเรื่อยๆ ค่ะ งานมันก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ ก็ต้องใช้เวลา ตัวซาร่าเองก็ยอมรับว่าหนังบางเรื่อง ก็ไม่ใช่หนังเกรดเอ อย่างที่ แบรด พิตต์ หรือว่า ทอม ครูซ เล่น แต่ว่าผู้จัดการกับเอเจนซี่ที่โน่นเขาก็มั่นใจว่าจะไปถึงจุดนั้นค่ะ ก็ต้องรอก่อน”

เราก็ไม่แคร์ใช่ไหมว่าจะอยู่ในระดับไหน?
“คือทุกคนจะเริ่มจากตรงนี้ เริ่มจากบริษัทที่ซาร่าเล่นหนังด้วย แองเจลินา โจลี่ ก็เริ่มเล่นหนังกับเขา ทุกคนก็เริ่มต้นจากจุดนี้ค่ะ มันก็แล้วแต่ว่าเราจะขึ้นไปเร็วขนาดไหน บางทีขึ้นเร็วตกเร็ว ซาร่าก็ขอขึ้นแบบช้าๆ ดีกว่า ค่อยเป็นค่อยไป ทำงานที่โน่นก็จะสบายใจกว่าค่ะ เหมือนอยู่ที่โน่นมันเหมือนกับเป็นตัวของตัวเองได้มากขึ้น มีความรู้สึกว่าเมืองไทยคนเขาจะมองซาร่าภาพเดียวค่ะ ภาพนั้นยังไงก็ลบไม่ได้ แต่ว่าที่เมืองนอกเขาไม่ได้มองเป็นภาพอะไร เขามองเป็นนักแสดงคนๆ หนึ่ง เป็นผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งมีความฝันอยากจะไปฮอลลีวูด แต่ที่นี่คนเขาจะมองอีกแบบ เราจะทำตัวยังไงก็ไปแก้ข่าวตรงนั้นไม่ได้ ก็อยากกลับเมืองไทย ก็คิดถึงมากค่ะ ก็อย่างที่บอกโอกาสอยู่ที่โน่น ยังไงก็จะไปๆ มาๆ ค่ะ ค่าตัวก็เยอะกว่าที่นี่ค่ะซึ่งยังไงก็เยอะกว่า”


ไม่ใช่รุ่งแค่เรื่องงาน เรื่องหัวใจก็ไปโลดเหมือนกัน เพราะตอนนี้กำลังอินเลิฟกับนักธุรกิจหนุ่มใหญ่อายุ 40 ปี
“เขาชื่อ จอห์นนี่ โคนี่โอ้ ค่ะ อายุ 40 ปี เขาเป็นคนนิวยอร์ก ก็คุยกันประมาณ 2 ปีครึ่งค่ะ คุณแม่ก็รู้จัก เป็นเจ้าของบริษัท ทำพวกป้ายให้ประเป๋าพวกแบรนด์เนม พวก หลุยส์ บริษัทเป็นของปู่เขาค่ะ เขาทำมาร้อยกว่าปีแล้ว ก็ดีค่ะ เขาดูแลดีค่ะ เขาก็ใจดีเป็นคนดีเป็นผู้ใหญ่ ซาร่าเป็นคนชอบเลือกค่ะ ก็ถ้าให้เลือกจริงๆ ก็ไม่อยากจะคบคนในวงการ”

“ไม่ได้เรียกแฟนค่ะ ตอนนี้ยังไม่เป็นค่ะ ก็คุยกัน ซาร่ายังไม่พร้อม ยังไม่เรียกว่าแฟน ก็ทดสอบเขาดูว่าเขาจะรักเราขนาดไหน แต่ยังไม่ได้ตกลงอะไรกัน ซาร่ามีงานเข้ามาตลอด เดินทางเจอคนโน่นคนนี้ ตัวซาร่ายังไม่พร้อม แต่เขาก็ไม่เคยน้อยใจเลยค่ะ ถึงรู้ไงว่าคนนี้น่าจะใช่เพราะว่าเขาทนได้ทุกอย่าง เขาก็ให้ความเป็นอิสระไม่ห้ามไม่อะไร ที่ผ่านมาเขาก็ขอเราแต่งงานทุกวัน แต่เรายังไม่พร้อม เพราะกลัวสถานะกับงานที่เราทำอยู่ ที่โน่นถ้าแต่งงานมีลูกชีวิตการทำงานมันก็เปลี่ยนไป เคยพามาเที่ยวเมืองไทยปีที่แล้วค่ะ เขามาเที่ยวกับน้องสาวกับแม่”

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์

“เจ๊ฉอด” โต้เอไทม์ขาลง ปัดตอบ “ดีเจเจ๊แหม่ม” ลาออก แอ่นรับตนอาจไม่ใช่ผู้บริหารที่ดีที่สุด

“เจ๊ฉอด” โต้เอไทม์ขาลง เคลียร์ปิดคลื่นฮอตเวฟ เพราะสัญญาหมด และมีปัญหาเรื่องอุปกรณ์ อีกทั้งกลุ่มวัยรุ่นที่เป็นเป้าหมายหลักฟังวิทยุลดลง แจงถ้าอาร์เอสคู่แข่งได้สัมปทานคลื่นไป ก็เป็นเรื่องปกติ ปัดตอบ “ดีเจเจ๊แหม่ม” ลาออก เพราะมีปัญหาภายใน แอ่นรับตนอาจไม่ใช่ผู้บริหารที่ดีที่สุด


หลังจากประกาศยุบคลื่นฮอตเวฟ 91.5 ไป ทั้งที่เปิดดำเนินการมากว่า 20 ปี จนทำเอาแฟนรายการช็อกและเสียดาย แถมยังมีปัญหามะรุมมะตุ้มจากกรณีที่ “ดีเจเจ๊แหม่ม” หักดิบลาออก พร้อมแฉว่ามีปัญหาภายใน ท่ามกลางกระแสข่าวว่า “เอไทม์” ตกที่นั่งขาลง ล่าสุด “เจ๊ฉอด สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา” จัดงานแถลงข่าว A-Time Big Happening 2013 ขึ้นที่ ห้องบางกอกคอนเวนชั่น โรงแรม Centara Grand @ Central World พร้อมขนเหล่าดีเจจาก 3 คลื่นดัง Chill FM 89, 94 EFM, Green Wave 106.5 FM กว่า 40 ชีวิตมาเปิดตัว พร้อมเผยถึงโปรเจกต์ต่างๆ ของเอไทม์ในปีนี้ งานนี้เจ๊ฉอดก็เลยถือโอกาสเคลียร์ประเด็นร้อนที่เกิดขึ้นแบบม้วนเดียวจบ

“การคืนฮอตเวฟก็เป็นเรื่องที่คุยกันมานานแล้ว ไม่ได้มีอะไรเซอร์ไพรส์อะไรสำหรับพวกเราทีมงาน ในเรื่องของวิทยุอย่างที่ทราบกันว่ามันมีปัญหาในการรอคอยความชัดเจนต่างๆ มาตั้งนานแล้ว ระหว่างระยะเวลาที่รอคอยค่ะ ในแง่ของอุปกรณ์เทคนิคต่างๆ มันก็ไม่สามารถพัฒนาหรือปรับปรุงอะไรได้ เราเป็นเอกชนเราก็ไม่สามารถที่จะไปลงทุนอะไรได้ สถานีเองก็ไม่สามารถลงทุนอะไรได้ ก็จะมีปัญหาเรื่องของอุปกรณ์มาโดยตลอด”

“อีกอย่างหนึ่งในแง่ของวัยรุ่น วัยรุ่นของเราไปไกลมากแล้วในเรื่องของเทคโนโลยี มีเดียในรูปแบบอื่นๆ เข้ามาเยอะมาก เราก็พบว่าคนฟังในกลุ่มวัยรุ่นมันลดน้อยลง ก็เลยคิดว่าถ้าเราจะมีคลื่นวิทยุหนึ่งคลื่นเพื่อตอบโจทย์วัยรุ่นจริงๆ มันน่าจะไม่ใช่วิทยุแล้วล่ะ แต่มันจะออกมาในรูปแบบไหนเราก็ต้องติดตามกันต่อไป”

“และพอดีสัญญามันหมดตรงช่วงนี้พอดีค่ะ ถ้าทำต่อไปอีกมันต้องต่อสัญญาไป ก็เลยคิดว่ามันเป็นเวลาที่จะหยุดตรงนี้ไว้ก่อน เพื่อจะได้ดูว่าเราจะมีอะไรมาเสริมกับกลุ่มคนฟังที่เป็นวัยรุ่นของเรา ทุกวันนี้ต้องบอกว่า คนฟังวิทยุเปลี่ยนแปลงไป ในแง่ของอายุอย่างเดียวก็ไม่ใช่นะคะ เพราะว่าเดี๋ยวนี้เด็กก็ฟัง กรีนเวฟเยอะมาก อาจจะเป็นเรื่องของไลฟ์สไตล์เข้ามาด้วย ไม่ถึงขั้นว่าวัยรุ่นไม่ฟังเอไทม์เอาซะเลย กรีนเวฟกลุ่มคนฟังอายุน้อยลง วัยรุ่นโทรศัพท์เข้ามาเยอะมาก”

บอกถ้าคู่แข่งอาร์เอสได้สัมปทานคลื่นฮอตเวฟไปก็เป็นเรื่องปกติ
“คือ หลังจากที่เราคืนคลื่นไป มันก็ต้องแล้วแต่สถานีแล้วค่ะ เขาจะตัดสินใจให้ใครทำต่อ ความจริงมันก็มีอยู่กันไม่กี่ค่ายนะมันก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ เราว่ามันคือการเอาเรื่องนั้นเรื่องนี้มาโยงกันไปมา ถ้าถามพวกเราก็อย่างที่เห็นค่ะ ว่ายังอยู่กันปกติ”

พร้อมโต้ “เอไทม์” ขาลง แจงจัดกิจกรรมมากมายไม่ได้เงินจะทำทำไม “รายได้ของทุกคลื่นยังเป็นปกติอยู่ค่ะ วันนี้ยังพูดเรื่องตัวเลขไม่ได้มากเพราะว่าบริษัทเราอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ แต่ว่าพอจะพูดได้ว่าไม่ได้มีอะไรที่เป็นอย่างที่ทุกคนพูดนะคะ ก็ยังเป็นไปได้ด้วยดี ที่ยืนยันแบบนี้เพราะว่ากิจกรรมที่มากมายขนาดนี้ ถ้าทำแล้วไม่ได้สตางค์เราจะทำทำไม”

“ตัวเลขของมีเดียปีที่ผ่านมา มันดีกว่าปีก่อนหน้านี้ด้วยซ้ำ ตอนนี้เราก็ยังอยู่ในชั้นนำของกลุ่มของวิทยุที่ทำรายได้โดดเด่นที่สุด ก็น่าจะเป็นเรื่องของการเอาหลายๆ เรื่องมาประกอบกันมากกว่า เพราะว่างานกิจกรรมทุกอย่างยังมีเหมือนเดิม บุคลากรก็อาจจะมีการออกบ้างปกติเหมือนกัน แล้วก็การที่บุคลากรแต่ละคนออกก็มีเหตุผลเฉพาะตัว ไม่ได้เกี่ยวกันกับอะไรเลยนะคะ ไม่ได้มีเปอร์เซ็นต์อะไรมากมาย”

ปัดตอบเรื่อง “ดีเจเจ๊แหม่ม” ลาออก ยันแค่เรื่องขัดแย้งส่วนบุคคล
“ในกรณีนี้เราตอบไปแล้วว่ามันเป็นการขัดแย้งส่วนบุคคลนะคะ เราก็ต้องเคารพในการตัดสินใจของทุกคน ถ้าจะตอบเรื่องนี้โดยสรุปแล้วเราว่าบริษัทเอไทม์มีเดียอาจไม่ใช่บริษัทที่มีการบริหารดีที่สุด หรือเราอาจไม่ใช่ผู้บริหารที่ดีที่สุด แต่ว่าเราเคารพในการตัดสินใจของทุกคน”

“สิ่งหนึ่งที่เราภูมิใจเสมอในการบริหารที่บริษัทเอไทม์นะคะ เราไม่มีเด็กของใคร มีคนของใคร ทุกคนก็ทำงานกันไปตามความสามารถของตัวเอง ถ้าหากว่าเรามีเรื่องการเมืองในบริษัท เอไทม์ ก็คงอยู่ไม่ได้มาถึงทุกวันนี้ บุคลากรที่เราเห็นแปดสิบเปอร์เซ็นต์อยู่ที่นี่มานานแล้ว เด็กใหม่มีอยู่น้อยมาก อันนั้นก็แล้วแต่นะคะ เราก็ต้องบอกว่าคนอีกหลายร้อยคนยังทำงานกับเราปกติ เราก็เลยไม่รู้สึกว่ามันผิดปกติอะไร”

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์

MVเพลง ปล่อย – Pango (แป้งโกะ)



เพลงใหม่ ฟังเพลง เนื้อเพลง เพลงปล่อย – Pango (แป้งโกะ)
ลองมองดาวให้มันดูเหมือนดวงใหม่
จากมุมที่ไกลที่เราไม่เคยรู้จัก
มีใครคอยแต่งเติมชีวิตมากมาย
ถ้าเธอลองข้ามขอบฟ้านี้ไป
แล้วเธอจะรู้ ว่าโลกนั้นไม่ได้โหดร้าย
แล้วเธอจะรู้ ว่ารักนั้นไม่เคยทำร้าย
ปล่อยชีวิตให้พัดไปกับสายลม
ปล่อยใจให้โลกใบกลมมันหมุนจนเราได้เข้าใจ
เก็บกระเป๋าพร้อมเตรียมหัวใจ
พร้อมจะปล่อยกาย ทิ้งความวุ่นวาย
ทุกๆ เรื่องราวร้ายๆ ปล่อยให้ฉันพาเธอไป
โลกใบเดิมที่อาจดูเหมือนว่างเปล่า
ในมุมเหงาๆ ของเธอเหลือไว้ให้ใคร
เพียงแค่เติมอีกมุมของฉันเข้าไป
และเราจะจูงมือไปด้วยกัน
แล้วเธอจะรู้ ว่าโลกนั้นไม่ได้โหดร้าย
แล้วเธอจะรู้ ว่ารักนั้นไม่เคยทำร้าย
ปล่อยชีวิตให้พัดไปกับสายลม
ปล่อยใจให้โลกใบกลมมันหมุนจนเราได้เข้าใจ
เก็บกระเป๋าพร้อมเตรียมหัวใจ
พร้อมจะปล่อยกาย ทิ้งความวุ่นวาย
ทุกๆ เรื่องราวร้ายๆ ปล่อยให้ฉันพาเธอไป
ปล่อยชีวิตให้พัดไปกับสายลม
ปล่อยใจให้โลกใบกลมมันหมุนจนเราได้เข้าใจ
เก็บกระเป๋าพร้อมเตรียมหัวใจ
พร้อมจะปล่อยกาย ทิ้งความวุ่นวาย
ทุกๆ เรื่องราวร้ายๆ ปล่อยให้ฉันพาเธอไป

ใบเฟิร์น แจงภาพหลุดหวอโผล่

ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก แจงหลุดหวอโผล่ ในงานแถลงข่าวเปิดตัว Mistine New Face 2013 หลังให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่าเป็นชุดที่ทางผู้ใหญ่เลือกให้ซึ่งไม่น่าจะโป๊ และเซฟดีที่สุดแล้ว แต่หลังจบงานกลับมีภาพหลุดหวอโผล่ออกมา ทำให้สาวต้องออกมาโพสขอโทษแฟนๆ



สื่บเนื่องจากในงานแถลงข่าวเปิดตัว Mistine New Face 2013 นางเอกสาว "ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก" ได้เดินแฟชั่นในชุดสุดสั้น ประกอบกับลีลาท่วงท่ายังช่วยส่งให้ชุดนี้สวยจนเรียกแสงแฟลชจากบรรดาช่างภาพอย่างถี่ยิบ โดยภายหลังการเดินแฟชั่นโชว์เสร็จสาวใบเฟิร์นยังได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงที่มาที่ไปของชุดสวยสุดเซ็กซี่นี้ว่า




"ชุดนี้ก็เป็นชุดที่ทางผู้ใหญ่เลือกให้ค่ะไม่น่าจะโป๊มากเท่าไหร่ เพราะใบเฟิร์นเองก็พยายามใส่ให้เซฟที่สุดแล้ว แต่อาจจะมีกังวลบ้างนิดหน่อยเพราะคนค่อนข้างเยอะแล้วใบเฟิร์นเองก็ใส่รองเท้าส้นสูงไม่ค่อยถนัดจะล่มตั้งหลายครั้งอีกอย่างตัวใบเฟิร์นก็ตื่นเต้นมากด้วย"


"ก็อย่างที่บอกแหละค่ะ ใบเฟิร์นเองก็แค่ทำตามหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบเท่านั้น เรื่องของชุดเรื่องของเสื้อผ้าพวกนี้ใบเฟิร์นก็ต้องยกให้เป็นหน้าที่ของทางผู้ใหญ่ไป ยืนยันเลยค่ะว่าไม่ได้คิดสร้างกระแสเพื่อความดังแน่นอน"

มีข่าวอัพลุคเป็นสาวเซ็กซี่เพื่อสร้างกระแส?
"ก็อย่างที่บอกแหละค่ะ ใบเฟิร์นเองก็แค่ทำตามหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบเท่านั้น เรื่องของชุดเรื่องของเสื้อผ้าพวกนี้ใบเฟิร์นก็ต้องยกให้เป็นหน้าที่ของทางผู้ใหญ่ไป ยืนยันเลยค่ะว่าไม่ได้คิดสร้างกระแสเพื่อความดังแน่นอน"

แต่ล่าสุดใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ได้โพสขอโทษในอินสตาร์แกรมของเธอว่า


วันพุธที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2556

เพลง ห่างช้าๆ – TEN TO TWELVE

ฟังเพลง เนื้อเพลง เพลงห่างช้าๆ – TEN TO TWELVE 10TO12
เธอกับฉันผูกพันด้วยลมหายใจ
เรากระหายกันและกัน
สิ่งที่คิด แม้ฉันไม่ได้พูดไป
เธอเข้าใจ เข้าใจ
แต่ละวัน เหมือนฝันตอนฉันตื่น
แต่ละคืน ลึกซึ้งเกินอธิบาย
กอดเธอไว้ ความหมายเรามีมากมาย
มากแค่ไหน ฉันรู้ตัวดีว่า..
(*) เราต่างห่างช้าๆ
มันช่างทรมาน มันช่างทรมาน
บางสิ่งที่ขาดหาย
โปรดหยุดมันไว้ ก่อนรักเราสายเกินไป
จับมือไว้ ฉันจะไม่ให้ไป
ความเลวร้าย ขอให้เราข้ามพ้น
ความสับสน หนึ่งครั้งของชีวิตคน
บนถนนแห่งรักอันนิรันดร์
ซ้ำ (*)
ซ้ำ (*)
บางสิ่งที่ขาดหาย
โปรดหยุดมันไว้ ก่อนรักเราสายเกินไป

แฟนคลับณเดชน์ แอนตี้ ญาญ่า


กระแสข่าวแฟนคลับ ณเดชน์ เริ่มแอนตี้ ญาญ่า ไม่ชอบให้จับคู่ พระเอกหนุ่มรับเป็นห่วงน้องแต่ยังมั่นใจไม่มีผลกระทบต่อเรื่องงานละคร ด้านญาญ่าเผยการทำให้ทุกคนรักเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก


พระเอกหนุ่ม ณเดชน์ คูกิมิยะ กับนางเอกสาว ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์ ยังเป็นคู่ขวัญสุดฮอตที่แรงไม่มีใครแซง โดยเพิ่งมีกระแสข่าวว่าควงกันไปทำบุญถึงบ้านเกิดของณเดชน์ แต่ความสัมพันธ์ไม่มีอะไรต่อกันเกินคำว่าพี่น้องทั้งสิ้น แต่ก็ยังไม่วายมีกระแสข่าวเม้าท์ตามมาอีกว่าแฟนคลับของพระเอกหนุ่มณเดชน์เริ่มแอนตี้ไม่อยากให้ญาญ่ามารับงานคู่ณเดชน์อีกแล้ว


ล่าสุดได้พบทั้งคู่ ณ ลานแฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 สยามพารากอน ซึ่งมาร่วมงาน เลือกอิสระได้เร็วแรงกว่าใคร กับ 4 ไลฟ์สไตล์กับเราชาว H ของค่ายทรู จึงได้สอบถามข้อเท็จจริงกับสาวญาญ่าเกี่ยวกับเรื่องที่มีกระแสข่าวแฟนคลับรุมแอนตี้ก็ได้ความว่า
''มันก็เป็นสิทธิของแต่ละคนว่าชอบหรือไม่ชอบ ก็ขอให้ทุกคนเปิดจิตใจให้กว้างแล้วกันค่ะ มันก็เป็นเรื่องปกติที่เราจะทำให้ทุกคนรักไม่ได้หรอกค่ะ เพราะฉะนั้นก็โอเคค่ะ อีกอย่างอินสตาแกรมมันเป็นพื้นที่ที่ฟรีอยู่แล้ว แต่มันก็เป็นบทเรียนที่ดีค่ะ ก็อ่านอยู่นะ แต่ถ้ามีอะไรที่มันแรงเกินไปก็งงนะ เพราะมันคือพื้นที่ของหนู ซึ่งบางทีบางรูปเค้าไม่ควรจะมาคอมเมนต์ด้วยซ้ำ อย่างบางทีเป็นรูปครอบครัวก็ไม่อยากให้คอมเมนต์มาทำให้เสีย ก็ไม่ได้นอยด์อะไรค่ะ ได้เห็นได้อ่านก็ดีค่ะ เพราะจะได้รู้ว่าเค้าคิดยังไงกับเราบ้าง'' 

ญาญ่ามีอะไรจะบอกกับกลุ่มแฟนคลับไหม?
''ต้องขอบคุณทุกๆ ท่านที่ให้กำลังใจ ทั้งพี่ณเดชน์แล้วก็ญาญ่าเองด้วยนะคะ ขอบคุณสำหรับทุกคำติชมนะคะ ก็จะเอามาพัฒนาในการแสดงต่อไปค่ะ''

กลับไปถามทางด้านพระเอกหนุ่มณเดชน์ว่าเป็นห่วงและให้กำลังใจกับญาญ่าในเรื่องข่าวยังไงบ้าง?
''ข่าวไม่ดีก็เป็นห่วง เราอยู่วงการนี้ด้วยกัน เราก็จะรู้ว่าแต่ละคนโดนข่าวนี้มาแล้วรู้สึกยังไง ไม่ใช่เฉพาะน้องอย่างเดียว ทุกคนเลยนะครับ"

อึดอัดไหม?
"ไม่เกี่ยวหรอกครับ เราทำงานตรงนี้ ทำงานตรงนี้ด้วย ก็ต้องรอสักพักหนึ่งก็คงจะปล่อยให้มันเป็นไปตามที่ควรจะเป็น''

แฟนคลับเริ่มไม่ปลื้มทั้งคู่อย่างนี้จะมีผลกระทบต่อละครที่จะต้องเล่นคู่กันหรือไม่?
''คิดว่าไม่มีปัญหานะครับ จริงๆ เราไม่รู้ว่าเราจะไปวัดเกณฑ์ตรงนี้ได้จากไหนนะครับ สมมติ 100 คน อาจจะมีสัก 90 คน ที่ยังอยากเห็นเราเล่นละครด้วยกันอยู่นะครับ''

ที่มาข้อมูล : Siamdara