แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตาล กัญญา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตาล กัญญา แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2555

ไมเคิล แฟนฝรั่ง ตาล โต้ทำธุรกิจแชร์ลูกโซ่


หลังตกเป็นข่าวมานาน ช่วงบ่ายของวันที่ 21ก.ย. นักธุรกิจชาวต่างชาติ ไมเคิล ซาเฟล ผู้บริหารระดับสูง บริษัท บีฮิบ จำกัด ออกโรงแถลงข่าวชี้แจง กรณีที่ชาวเน็ตรุมแฉว่าทำธุรกิจหลอกเงินคนมานับไม่ถ้วน(แชร์ลูกโซ่) พร้อมทั้งหอบหลักฐาน ยืนยันว่าไม่ได้ผิดกฎหมาย พร้อมให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง รับถูกคนแอบอ้างชื่อและทำเว็บไซต์ปลอมเพื่อโจมตี ส่วนความสัมพันธ์กับแฟนสาวบอกยังเหมือนเดิม ปฏิเสธถอยรถคันละ 10 ล้านให้ตาล กัญญา.


ไมเคิล ซาเฟล โชว์หลักฐานยันทำงานสุจริต เปิดใจกรณีที่ชาวเน็ตแฉ ว่าธุรกิจแชร์ลูกโซ่ และหลอกเงินชาวบ้าน!!

"วันนี้มีโอกาสมาตอบถามทั้งหมดที่เคยมีในช่วงเวลาที่ผ่านมา รู้สึกพอใจมาก และหวังว่าต่อจากนี้เคลียร์ข่าวไปเรียบร้อยแล้ว" 
รู้สึกอย่างไรที่ถูกมองว่าเป็นบริษัทลูกโซ่?
"ตัวผมเองไม่ได้รู้สึกอะไรกับเรื่องนี้ เพราะผมรู้ข้อเท็จจริงว่าเราทำอะไร แต่ผมรู้สึกเสียใจแทนลูกทีมหลังจากมีข่าวออกมา ซึ่งธุรกิจของผมก็ไม่ได้เป็นธุรกิจแบบนี้ ผมขอบอกเลยว่าธุรกิจเรากับธุรกิจแชร์ลูกโซ่แตกต่างกันมาก ผมเองก็ธุรกิจนี้มา 9 ปีแล้ว คงเป็นไปไม่ได้ที่จะทำแบบนั้น อีกอย่างธุรกิจของเราก็ชัดเจน เพราะเรามีสินค้า เรามีลูกค้า เรามีผู้บริโภค ซึ่งไม่บ่งบอกว่าเกี่ยวข้องกับธุรกิจแชร์ลูกโซ่เลย" 
ชาวเน็ตบอกมีการหลอกลวงโกงเงิน? 
"ผมจะบอกว่าธุรกิจแบบนี้ จะต้องมีคู่แข่งบ้าง ที่ไม่เห็นด้วยกับธุรกิจที่เราทำ แต่ตัวผมเองคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง เราก็ไม่ต้องพูดอะไรมาก เพราะคนที่อยู่รอบข้าง หรือคนที่รู้จักเราก็รู้ความจริงว่าเราเป็นคนแบบไหน"

"ซึ่งข่าวสาวทางอินเตอร์เน็ต ทางเฟชบุ๊ค จะมีคนแอบอ้างว่าเป็นผม ปลอมกันเยอะมาก ลงข้อความไม่ดี หรือทำเว็บไซต์ขึ้นมาเพื่อโจมตีในสิ่งที่เรา ในเมื่อทุกอย่างไม่ใช่เรื่องจริง ผมเองก็ไม่รู้ว่าจะออกมาตอบโต้เรื่องนี้ทำไม เพราะถึงอย่างไรก็ต้องมีคนออกมาตอบโต้อยู่ดี แต่ถ้าเราเอาข้อเท็จจริงไปพิสูจน์จะดีกว่าครับ" 
พอข่าวออกมาทำให้ความเชื่อมั่นสมาชิกในกลุ่มลดลงบ้างไหม? 
"ตอนแรกผมไม่ได้เครียดเรื่องที่คนพูดไม่ดี เพราะผมเชื่อว่าทุกคนที่รักผมก็รู้ความจริง แต่พอพูดถึงลูกทีมก็น้ำตาไหล เพราะเป็นสิ่งที่ทำให้ผมทำงานได้อยู่ทุกวันนี้"

"ผมยืนยันได้ว่าผมทำงานโปร่งใสแน่นอน สามารถตรวจสอบได้ เพราะมีหลักฐานถูกต้องตามกฎหมายร้อยเปอร์เซ็นต์ ถ้าผมทำผิดกฎหมาย ผมคงไม่มีโอกาสมาเจอทุกท่านในวันนี้ได้" 
หลังจากมีข่าวออกมาความสัมพันธ์กับตาลเป็นอย่างไรบ้าง?
"ก็เหมือนเดิมก็ไม่ได้มีอะไร ผมเชื่อว่าตาลรู้จักผมอย่างดี ว่าความจริงคืออะไร แต่มีข่าวลงเว็บไซต์ว่าพูดไม่ดีเรื่องผู้หญิง เป็นเรื่องเดียวทั้งหมดที่ผมโกรธ ผมรับไม่ได้กับเรื่องนี้ ถือว่ามันไม่ใช่ลูกผู้ชาย หากผมทำผิดจริงในเรื่องนี้ผมก็ยอมรับ เพราะถือว่าผมเป็นลูกผู้ชายพอ ก็เลยไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงใส่ร้ายกันแบบนี้ มันเกินไปหรือเปล่าครับ"

"สำหรับข่าวที่บอกว่าผมเอาชื่อ ตัน ภาสกรนที ไปแอบอ้างในการทำธุรกิจ ผมต้องยอมรับว่าเขาเป็นคนเก่งมาก แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับธุรกิจผมเลย แค่เขามาร่วมงาน แล้วก็ขึ้นเวทีสอนเรื่องชีวิตของเท่านั้น" เห็นว่าซื้อรถให้ตาลคันละ 10 ล้าน?
"ผมไม่ได้ซื้อรถให้ตาล แต่ไม่นานมานี้รถตาลมีปัญหานิดหน่อย เขาก็ยืมรถผมบ้าง บางทีเขาให้ผมไปรับ แต่ผมไปรับไม่ทัน ก็เลยให้เขาเอารถไปใช้ครับ"

ที่มาข้อมูล : Gossip Star

วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2555

ตาล กัญญาไม่รู้แฟนฝรั่งโกงแชร์ลูกโซ่หรือไม่


ตาล กัญญา เผยไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจแฟนฝรั่ง ยอมรับเคยไปร่วมงานสัมมนาของบริษัทจริงส่วนรถเฟอร์รารี่ ตาลยืมมาใช้เพราะรถเสีย


ตาล กัญญา รัตนเพชร ได้ตกเป็นข่าวว่าคบหากับแฟนฝรั่ง “ไมเคิล ซาเฟล” ชาวเดนมาร์กซึ่งเป็นผู้นำองค์กรขายตรงของบริษัท Bhip ซึ่งเป็นสินค้าอาหารเสริมยี่ห้อหนึ่งจากสหรัฐเมริกา ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นการทำธุรกิจแบบแชร์ลูกโซ่ ที่มีคนเข้าร่วมทำธุรกิจจำนวนมากต้องสูญเสียเงินหลายแสนจากการเข้าร่วมธุรกิจครั้งนี้ ทำให้มีข้อสงสัยว่า ตาลเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือไม่ จากการที่เมื่อ 4 ปีก่อนยังขับโตโยต้าวิออสอยู่เลย แต่ตอนนี้เจ้าตัวขับรถเฟอร์รารี่สุดหรูราคา 15 ล้าน พอได้เจอดาราสาวที่ได้เดินทางไปบวงสรวงละครของช่องมีเดียชาแนลที่สตูดิโอมนตรี ลาดพร้าว 101 ผู้สื่อข่าวก็เลยสอบถามถึงเรื่องดังกล่าว

“ตาลก็ทราบจากทางอินเตอร์เน็ตเพราะจริงๆ แล้วเรื่องงานของเขาตาลไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวจริงๆ ตาลแค่รับผิดชอบเรื่องการแสดงและเรื่องเรียนตาลก็แทบจะไม่ไหวแล้ว ซึ่งในเรื่องนี้ตาลไม่ทราบจริงๆ ก็ได้อ่านในเนตแล้วก็ตามโพสต์ต่างๆ ตาลก็รู้ว่าเขาเป็นนักธุรกิจนำเข้าสินค้าขายในประเทศไทย หลายคนก็เป็นห่วงว่าจะเอาชื่อตาลไปแอบอ้าง เอาเป็นว่าตาลก็เป็นห่วงตัวเองเหมือนกันค่ะ(หัวเราะ) เท่าที่ตาลคุยกับเขาตาลก็รู้จักนิสัยพื้นๆของเขา แต่ตาลไม่ได้เข้าไปยุ่งวุ่นวายชีวิตส่วนตัวของเขาเลย"

“ที่ผ่านมาเขาไม่เคยชวนทำธุรกิจ ส่วนใหญ่เราไม่คุยเรื่องนี้กันอยู่แล้ว เพราะตาลไม่เป็นเรื่องนี้เลย พอเป็นข่าวตาลไม่ได้คุยกับเขาเรื่องนี้เลย แต่ก็มีคุยบ้างคือต่างคนก็ต่างไม่รู้จะพูดยังไง ในเมื่อข่าวมันออกมาแล้วตาลเองก็ไม่รู้ว่าจะพูดยังไง เขาก็ทำธุรกิจมาแล้วตั้ง 10 ปีแล้ว ถ้าเขาจะโกงทำไมถึงไม่มีตำรวจมาจับเขา นี่คือสิ่งที่ตาลสงสัยจริงๆ ไม่ใช่ว่าตาลไปเข้าข้างเขา ตาลแค่อยากรู้ว่าถ้าเขาโกงจริงๆ ทำไมการตรจสอบของประเทศไทยถึงเข้าไปไม่ถึงผู้บริโภคของเขา"

"ก็ตกใจกับข่าวที่เกิดขึ้นเหมือนกัน นอนไม่หลับ(หัวเราะ) ก็งงค่ะ คือแบบว่าไม่ต้องไปสืบค้นก็มีคนมาให้ข้อมูลอย่างพ่อแม่ตาลเองก็เคยเจอเขานะ เรื่องงานเรื่องอะไรพวกนี้เราไม่ได้สนใจจริงๆ เราคุยกันเราไม่ได้ต้องไปรู้ว่าเขามีเงินเท่าไหร่ยังไง ตาลไม่ได้คบเขาตรงนั้น ที่บ้านตาลเองเขาก็เป็นห่วง แต่ตาลก็เฉยๆ นะเพราะรู้สึกว่าเราไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้เลย ตาลไม่ได้เข้าไปเป็นพรีเซ็นเตอร์เพราะตาลเองก็มีสินค้าที่ตาลต้องเป็นพรีเซ็นเตอร์อยู่แล้วเหมือนกัน"

ถึงแฟนจะตกข่าวฉาวเป็นที่กังขาแต่ “ตาล” ก็ยังยืนยันที่จะคบกัน และอยากให้ตำรวจเข้าไปตรวจสอบจะทราบข้อเท็จจริงกันไปเลย
"ก็ยังคุยกันค่ะ แต่เราไม่เคยคุยกันในเรื่องของงาน อยากให้ทุกคนแยกระหว่างประเด็นของงานและเรื่องส่วนตัวมากกว่า จริงๆ แล้วตาลอยากให้เจ้าหน้าที่ของทางตำรวจประเทศไทยเข้าไปตรวจสอบดีกว่า เพื่อที่จะได้รู้กันแจ่มแจ้งไปเลย เพราะกระแสในอินเตอร์เน็ตมันก็มีทั้งดีและไม่ดี ถ้าเขาผิดจริงก็ต้องยอมรับว่าเขาผิดจริงๆ ส่วนตาลเองก็ยังไม่รู้ว่ายังไง แต่ก็กลัวอยู่เหมือนกันว่าจะกระทบเรา แต่ก็อยากให้แยกแยะนิดนึงว่าเรากับเขาต่างกัน เขาทำงานธุรกิจเราทำงานเป็นนักแสดง ซึ่งตาลไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวอะไรด้วยจริงๆ"

บอกไม่ได้เกี่ยวข้องแต่มีภาพที่ “ตาล” ไปร่วมสัมนากับบริษัทของแฟน
"ธุรกิจของเขาที่ทำก็มีพรีเซ็นเตอร์ที่เป็นดาราหลายคนมาก มีอันหนึ่งที่เขาบอกว่าตาลถือภาพสินค้าถ่ายรูป ซึ่งตาลทำอย่างนั้นไม่ได้อยู่แล้ว ทำตาลต้องโดนฟ้องเพราะตาลเองก็มีผลิตภัณฑ์ติดตัวตาลมา"

"งานสัมมนาของเขาก็มีคุณตัน(ภาสกรนที)ไปพูด แล้วตาลก็ไปบรรยาย ที่คุณตันพูดก็ไม่ได้พูดถึงธุรกิจนี้เลย เขาพูดเรื่องหลักของการใช้ชีวิตทั่วไป เวลาที่ตาลไปดูตาลก็จะไปดูอย่างนี้ แต่เวลาที่เขาพูดกันตาลก็ไม่ได้เข้าไปดู คือคนอ่ะไปคิดมาก คือตาลดูภาพอย่างมีภาพจับมือตาลก็มองแล้วไม่ได้รู้สึกอะไร ซึ่งตาลก็ต้องขอโทษด้วยที่ทำให้คนคิดไป ภาพนั้น(จับมือไปโดนเป้าผู้ชาย)เป็นวันที่เราไปดูคอนเสิร์ต ก็นั่งร้องเพลงเล่นกัน แล้วมือมันไปพาดตรงเก้าอี้ ก็อาจจะด้วยมุมกล้องก็เลยเป็นอย่างนั้น"

ปฏิเสธแค่ยืมเฟอร์รารี่แฟนมาขับเพราะรถเสีย ไม่ใช่ของกำนัลที่แฟนซื้อให้ ไม่รู้สึกว่าแฟนรวยผิดปกติ
"ไม่ได้ซื้อค่ะ พอดีรถตาลพังแล้วเอาไปเข้าศูนย์ก็เลยเอารถเขามาใช้ก่อน ถามว่าเขารวยผิดปกติไหม เอาจริงๆ เลยนะเวลาที่เขามาหาตาลเขาก็นั่งมอเตอร์ไซต์มาจากสยามมาถึงอารีย์ ก็เลยรู้สึกว่าเขาเองก็ไม่ได้ใช้ชีวิตหรูหราอะไร ซึ่งในภาพที่เห็นๆ กันเขาก็เป็นคนหัวกระเซิงใส่กางเกงเอาเท้าพาดอะไรตามภาพนั่นแหละ ตาลก็อยากให้ช่วยตัดสินเขาจะที่เขาเป็นจริงๆ มากกว่า"

เรียกร้องให้ตำรวจเข้ามาตรวจสอบ เพราะแฟนหนุ่มอาจโดนใส่ร้าย
"ตาลไม่ค่อยอยากเข้าไปยุ่งเรื่องนี้เพราะมันเป็นงานของเขา มันอาจจะเป็นการตลาด การโปรโมทหรืออะไรสักอย่างของเขารึเปล่า เขาก็ทราบนะว่าเรื่องนี้อาจกระทบกับตาล เมื่อวานตาลก็บอกเลยว่ายังไงก็ให้ทางการกับทางตำรวจเกี่ยวกับควบคุมผู้บริโภคไปเลย ให้เขาดูแลไปเลยเพราะเราเองก็ไม่รู้ว่ามันอะไรยังไง อย่างบอกทีเขาก็บอกว่ามีบริษัทอื่นเข้ามาใส่รึเปล่า อาจจะโดนโจมตี เพราะก่อนที่จะมารู้จักกันก็เห็นเขาโดนโจมตีเยอะ"

ไม่กลัวตกเป็นเหยื่อ
"ถ้าหลอกทางใจก็คงกลัว แต่ถ้าเรื่องนี้ไม่เพราะเราไม่ยุ่งเกี่ยวกันอยู่แล้ว และตาลเองก็ไม่มีความรู้เรื่องพวกนี้ ที่ผ่านมาเขาก็จริงใจนะ ตาลพูดได้ว่าตาลไม่กล้ายืนยันว่าเขาโกงรึเปล่าเพราะตาลไม่ทราบเรื่องอะไรด้วยทั้งสิ้น ตาลไม่ได้อยู่ในฐานะที่ทำงานกับเขา ตาลไม่ได้เจาะจงถึงตรงนั้น อะไรถูกอะไรผิดตาลไม่รู้แล้ว"

"ถามว่ามั่นใจ 100 เปอร์เซ็นต์ไหม เจอข่าวมาแบบนี้ก็คงไม่มีใครกล้า100 เปอร์เซ็นต์ ก็เผื่อใจไว้ และถ้าเกิดการตรวจสอบจริงก็คงไม่มาถึงตาลเพราะตาลไม่เกี่ยวในธุรกิจของเขา"

ถ้าผิดจริงยังไม่แน่ใจว่าจะเลิกหรือไม่
"อันนี้ตาลยังไม่ทราบเหมือนกัน ก็อยากให้เขาตรวจสอบกันก่อนว่าผลที่ออกมาจะเป็นยังไง ก็เครียดนะ อยู่ดีๆมามีข่าว งงค่ะ เราคบกันมาเกือบ 2 ปีแล้วก็ราบรื่นไม่มีอะไร"

ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์

วันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

"อั้ม" ปัดไม่รู้ "แอมป์" เคยขอหมั้น "ตาล กัญญา"


"อั้ม" ปัดไม่รู้ "แอมป์" เคยขอหมั้น "ตาล กัญญา" บอกอีกฝ่ายเลิกกันมา 4 ปีแล้ว จะฟื้นฝอยหาตะเข็บก็ไม่ใช่เรื่อง ก่อนเผยอีกไม่นานแอมป์คงออกงาน โบ้ยให้รอถามกับเจ้าตัวเอง รับเบื่อต้องตอบเรื่องเดิมๆ

     

ระยะหลังนางเอก "อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ" เริ่มจะเปิดตัวกับหนุ่มคนสนิทอย่าง "แอมป์ พิธาน องค์โฆษิต" มากขึ้น ทั้งควงกันไปไหนมาไหน แล้วฝ่ายชายยังเคยส่งดอกไม้พร้อมข้อความ "รักเสมอ" มาให้ในงานอย่างเปิดเผย แม้ว่าที่ผ่านมาสาวอั้มจะยังไม่ยอมรับว่าใช่หวานใจคนใหม่หรือไม่ แต่ก็เรียกได้ว่าหนุ่มแอมป์มาวินที่สุดแล้วในตอนนี้ ล่าสุด กลับมีข่าวออกมาสะเทือนความสัมพันธ์เบาๆ เมื่อนักแสดงสาวจากวิกหมอชิต "ตาล กัญญา รัตนเพชร" ออกมายอมรับว่า แอมป์เคยขอตนหมั้นสมัยที่ยังคบกัน ก่อนจะออกตัวแทนว่าฝ่ายชายคงพูดเล่นๆ มากกว่า ถามเรื่องดังกล่าวไปยังอั้ม เจ้าตัวก็ปัดไม่ทราบเรื่อง
     
"อั้มไม่ทราบเรื่องนี้เลยค่ะ แล้วก็ไม่ทราบค่ะ วันหนึ่งก็คงสัมภาษณ์ถึงแอมป์แล้วกัน เพราะว่าอั้มก็คงตอบแทนใครไม่ได้ ไม่เคยได้ยินข่าวนี้ค่ะ เพื่อนๆ ก็แซวเขา เขาก็บอกว่าไม่เคย เลยไม่รู้ เลยไม่สามารถตอบแทนใครได้จริงๆ ซึ่งจะขอหมั้นกันก่อนมาคุยกับอั้มหรืออะไร อันนี้อั้มไม่ซีเรียสเลย แล้วมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับอั้ม เพราะมันผ่านมา 4 ปีแล้ว แล้วจะไปฟื้นฝอยหาตะเข็บ มันก็ไม่ใช่เรื่องนะ"
     
ความสัมพันธ์ตอนนี้ เป็นอย่างไรบ้าง?
     
"ซึ่งความสัมพันธ์ตอนนี้ก็เรื่อยๆ ก็คุยกันอยู่เป็นเพื่อนกัน กับแอมป์จริงๆ เรารู้จักกันมาปีกว่าแล้ว ก็ไม่ได้ปิดบัง ไปไหนกับเพื่อนก็ไปปกติ ไม่มีอะไรเลย ยังไม่ใช่แฟนใหม่ค่ะ"

มีการตกลงกับแอมป์แล้วใช่มั้ยว่าไม่อยากพูด?

"คือจริงๆ แล้วจากครั้งที่แล้วนู้น แล้วอั้มบอกแล้วว่าอั้มไม่เคยเปิดเผยอีกเลย ก็ยังยืนยันคำเดิมเหมือนเดิมจากปีกว่าๆ ที่แล้วว่าจะไม่เปิดก็ไม่เปิดค่ะ แต่ก็จะไม่ปิดบัง ก็ยังไปนู่นไปนี่ปกติค่ะ ถ่ายมาได้ก็ถ่ายสิคะ"
     
"มีข่าวเขาก็ไม่เคยพูดอะไรค่ะ คืออยากจะบอกว่ามีคนคุยแล้ว"

แต่ไม่ใช่แอมป์?

"คือไม่อยากพูดอะไรเลยเอาอย่างนี้ดีกว่า แต่มีคนคุยแล้วค่ะ ก็คงไม่ถึงขนาดแต่งงานถึงเปิดหรอกคะ ก็เบื่อนะที่ต้องตอบคำถามเดิมๆ แต่ทำไงได้"

ที่มา: http://www.khanpak.com/entertainment/