แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เปิ้ล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เปิ้ล แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2555

"วิลลี่" ถอด "เปิ้ล"เหตุทำหนังทับทางกัน


ตกเป็นข่าวใหญ่สะเทือนวงการบันเทิงขึ้นมาทันที หลังจากเมื่อ ''เปิ้ล'' นาคร ศิลาชัย ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก โดยมีข้อความว่า หลังได้รับแจ้งว่าไม่ต้องมาอัดรายการสาระแนแล้ว เหมือนถูกฟ้าผ่ากลางกบาล ไม่อยากเชื่อว่าจะมีวันนี้ ยังไม่ได้กล่าวลากับทีมงานทุกคน แต่ขอให้ทุกคนตั้งใจเดินหน้ากันต่อไป และตั้งใจทำงานให้ดี คนทำทีวี จิตใจต้องดี และรักคนดูให้มากๆ ทำเอาเหล่าแฟนๆ ที่เป็นคอรายการถึงกับตกอกตกใจ


โดยล่าสุด เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 19 ก.ย. 55 วิลลี่ แมคอินทอช ประธานบริษัท ลักษ์ 666 ได้เปิดโต๊ะแถลงข่าวที่ตึกลักษ์แซทเทิลไลท์ ทาวน์อินทาวน์ โดยเจ้าตัวได้ขอโทษไปยังเปิ้ล และยอมรับว่าตนรู้มาก่อน 2 สัปดาห์แล้วว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง แต่ไม่มีโอกาสได้บอกอีกฝ่าย เพราะเป็นเรื่องที่ตนลำบากใจมาก

''เรื่องนี้ผมรู้ว่าพี่เปิ้ลเสียใจ เราทุกคนที่บริษัทก็เสียใจเหมือนกัน ก่อนหน้านี้เมื่อปีที่แล้วในช่วงเวลาเดียวกัน ตอนที่พี่เปิ้ลตัดสินใจขอถอนหุ้น ผมก็บอกว่าโอเค พี่เปิ้ลก็ถามว่าถ้าจะให้พี่ช่วยเป็นพิธีกรสาระแนต่อไปเรื่อยๆ พี่ก็จะช่วย ผมก็บอกว่าได้ เพราะ ณ ตอนนี้ผมคงเปลี่ยนอะไรมากไม่ได้ในรูปแบบรายการ ก็เลยต้องรบกวนให้พี่มาช่วยก่อน และในวันจันทร์ที่ 17 กันยายน 2555 ที่ผ่านมา เราอัดเทปรายการสาระแนเสร็จแล้ว ผมก็ทราบมาประมาณ 2 อาทิตย์แล้วเรื่องที่อาจจะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบรายการ และจะมีการเปลี่ยนพิธีกร แต่ผมยังไม่มีโอกาสได้เจอพี่เปิ้ล ครั้งสุดท้ายที่เจอก็คือถ่ายหนังโฆษณาด้วยกัน แล้วก็มาเมื่อวันจันทร์ การที่เรานั่งคุยกันหน้าสตูดิโอ แล้วบอกว่าพี่เปิ้ลครับ ถึงเวลาที่ผมจะไม่ต้องรบกวนพี่ในการมาทำรายการสาระแนให้อีกแล้ว เพราะผมก็รบกวนพี่มาประมาณ 1 ปีแล้ว หลังจากที่พี่เปิ้ลถอนหุ้นไป เป็นอะไรที่ผมและพี่เปิ้ลเองก็เสียใจ เราที่บริษัททุกคนเสียใจ มันมาถึงวันนึงที่ผมไม่รู้ว่า ทำไมต้องเกิดขึ้น แต่เราก็ต้องพัฒนารายการกันต่อไปเรื่อยๆ เราก็จะพยายามทำทุกคำพูดที่พี่เปิ้ลเขียนมาว่าจะทำรายการดีๆ ต้องรักคนดูก่อน ตัวผมเองก็ลำบากใจกับการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ การที่คำว่า ''ฟ้าผ่า'' ผมขอยอมรับผิดคนเดียวแทนบริษัทและทุกคน เป็นความผิดของผม เพราะจริงๆ ผมรู้เรื่องมา 2 อาทิตย์แล้ว แต่ผมไม่รู้ว่าจะคุยกับพี่เปิ้ลยังไง มันเป็นความลำบากใจเพราะเรารักและสนิทกันมา 15 ปี เมื่อมันมีวันเวลาที่ต้องไปพูด ผมในฐานะตัวแทนและตำแหน่ง ก็หาวิธีการว่าจะคุยกันยังไงดี''

ถามว่าทำไมถึงเลือกที่จะคุยวันนั้น?
''ก็อยากจะบอกว่าคุยวันไหนมันก็ไม่ดีทั้งนั้นละครับ วันนั้นที่ผมคุยกับพี่เปิ้ล พี่เปิ้ลก็เข้าใจนะ เพราะมันเป็นการตัดสินใจของส่วนรวมและต้องมีการพัฒนา ปรับรูปแบบรายการให้ดีขึ้น อันนั้นก็เป็นเรื่องของงาน ถามว่าเรื่องงานพี่เปิ้ลเสียใจไหม เสียใจ ผมก็บอกว่าขอโทษนะ แล้วถ้าผมเจอพี่เปิ้ลอีก ผมก็จะขอโทษอีกครั้ง เพราะคนเราอยู่กันมานานแล้วต้องปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงมันก็ลำบากมากครับ พอมาถึงจุดนึงคืองานเลี้ยงต้องมีวันเลิกรา แต่ชีวิตส่วนตัวของผมกับพี่เปิ้ลก็ยังเหมือนเดิม ผมยังคบหากับพี่เปิ้ลเป็นพี่น้องที่รักกันเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ไม่ได้มีการทะเลาะกัน ตอนแรกผมไม่ได้นึกว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ เพราะว่าการพัฒนารูปแบบรายการ ผมต้องทำในช่วงที่เขามีการเปลี่ยนผัง ถ้าเสนอแบบใหม่เข้าไปมันก็ต้องมีช่วงเวลา''
     
เป็นเพื่อนสนิทกันคบหากันมานาน ทำไมมีการยกหูโทรศัพท์หากันให้เตรียมตัวก่อน? 
''ก่อนที่ผมจะพูดกับพี่เปิ้ล ผมเดินวนอยู่หลายรอบเหมือนกันนะก่อนที่จะพูดออก มันเป็นเรื่องที่ไม่ใช่ง่ายๆ ซึ่งมันเป็นเรื่องเซนซิทีฟ ถ้าเกิดว่าไปคุยกันก่อนหน้านี้ รับรองว่าเทปที่อัดวันจันทร์มันจะเป็นเทปสาระแนที่เศร้าหมอง ผมเลยคิดว่าถ้าจะคุยกันก็ต้องคุยต่อหน้า ไม่ใช่ยกหูคุย''
     
เปิ้ลไม่เหมาะกับรายการสาระแนรูปแบบใหม่ยังไง?
''เป็นแค่การพัฒนาเฉยๆ ผมจะหาพิธีกรใหม่ๆ เด็กๆ เข้ามาเพื่อให้ต้องกับเป้าหมายที่เป็นวัยรุ่นเหมือนเดิมเท่านั้นเองครับ ตอนแรกผมก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ถ้าเป็นแบบนี้ผมก็ขอถอยเองให้เหลือ เปิ้ล-หอย ไว้ แล้วหาพิธีกรใหม่มาแทนผมก็จะดีกว่า ผมเองก็โดนปลดออกจากรายการทีวีมาเยอะ ก็เลยไม่ได้นึกว่าจะเป็นเรื่องใหญ่''
     
การทำงานกับ ''เสนาหอย-เกียรติศักดิ์'' ยังเหมือนเดิมอยู่หรือเปล่า?
''เมื่อสัปดาห์ที่แล้วก่อนอัดรายการ ก็ยังถ่ายโฆษณาอยู่ด้วยกันครับ ในฐานะพิธีกรร่วมของสาระแน ก็คิดว่าพี่หอยก็ยังอยู่ครับ แต่ก็จะมีพิธีกรใหม่เข้ามาเสริม''

อยากฝากบอกแฟนๆ ของพี่เปิ้ลอย่างไร?
''ผมขอรับผิดแต่เพียงผู้เดียว วันนึงมันก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงพิธีกร ผมก็เป็นห่วงเหมือนกันว่าบางคนจะรับได้ไหม บางคนก็เป็นแฟนคลับของพี่เปิ้ลอาจจะโกรธ ไม่ชอบผมกับพี่หอย แต่ผมกับพี่เปิ้ล-หอย ยังรักกันอยู่เหมือนเดิม เพียงแต่ไม่ได้ร่วมงานกันในตอนนี้ ในอนาคตอาจจะมีงานที่ทำร่วมกันก็ได้ เราไม่ได้แตกแยกในฐานะพี่น้องนะครับ แต่ยากกันทำงานเท่านั้นเอง''

จากนี้ไปจะไม่มีพี่เปิ้ลในรายการของบริษัท ลักษ์ 666 ?
''ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นครับ เพียงแค่ว่า ณ ตอนนี้ผมขอพัฒนารายการให้มันดีให้มันเป็นวัยรุ่น ตอนนี้ยังเป็นวิลลี่ เปิ้ล หอย มันรวมกันแล้วจะ 200 ปี แล้วนะ มันไม่ใช่เป้าหมายวัยรุ่นแล้วนะ ทั้งๆ ที่พยายามจะทำ ซึ่งคนที่ดูเราก็ยังเป็นวัยรุ่นอยู่''

พอจะบอกได้ไหมว่าพิธีกรคนใหม่เป็นใคร? 
''ยังบอกไม่ได้ครับ แต่ก็จะพยายามปรับเปลี่ยนรูปแบบให้สนุกขึ้น''

สาเหตุที่ต้องเปลี่ยนพิธีกรเพราะพี่เปิ้ลถอนหุ้นหรือเปล่า?
''มันก็มีส่วนครับ ตอนที่พี่เปิ้ลถอนหุ้นไป ผมก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน เราก็ยังอยากจะรักษาสาระแนไว้ เพราะเราไม่สามารถเปลี่ยนพิธีกรใหม่ได้เลย คนดูอาจจะรับไม่ได้ ก็เลยขอให้พี่เปิ้ลอยู่ก่อน มาถึงจุดนี้แล้ว การเปลี่ยนพิธีกรมันเป็นเรื่องที่จะทำให้เป็นกระแสข่าวขนาดนี้''

ทำไมวันนี้ไม่มานั่งแถลงข่าวด้วยกัน เพราะดูจากข้อความที่พี่เปิ้ลโพสต์ออกอาการน้อยใจ?
''ใจผมก็อยากให้มานั่งแถลงข่าวพร้อมๆ กัน เพื่อให้เห็นว่าเรายังคบหากันอยู่ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย อย่าลืมว่าผมเพิ่งทราบเมื่อคืนนี้ ก็เลยตัดสินใจว่างั้นก็เชิญสื่อมวลชนมาสัมภาษณ์ผม ถ้าอยากให้จัดอีกครั้งนึงแล้วมีพี่เปิ้ลด้วย ก็ต้องใช้เวลาอีกนิดนึง เพราะผมก็ต้องไปตามพี่เขาว่าจะให้เคลียร์ที่ไหน''

เป็นเพราะต่างฝ่ายต่างกำลังมีผลงานออกมาด้วยหรือเปล่า? 
''ไม่เกี่ยวครับ ผมไม่ได้ทราบว่ามีเรื่องตรงนั้นมาเกี่ยวข้องด้วย''

ความเป็นเพื่อนกันตั้งแต่วันแรกถึงวันนี้ยังเหมือนเดิมไหม?
''เหมือนเดิมครับ ยังมีแหยงๆ อยู่บ้าง คุยเรื่องงานลำบาก เพราะต่างฝ่ายต่างไปเปิดบริษัททำรายการ ทำหนังเหมือนกัน มันทับทางกันอยู่แล้ว ฉะนั้นก็เลยพยายามไม่คุยเรื่องงาน เพราะเราไม่อยากมาทะเลาะกันทีหลัง คุยเรื่องลูกหรือเรื่องอื่นได้''

เป็นเพราะงานทับไลน์กันอยู่หรือเปล่า เลยจำเป็นต้องให้พี่เปิ้ลออกจากรายการ?
''น่าจะมีส่วนครับ''

กลัวพี่เปิ้ลรู้เรื่องในบริษัท ลักษ์ 666 หรือเปล่า?
''ไม่ครับ มันไม่เกี่ยวข้องกับความลับรั่วไหล เพราะบริษัทผมไม่ได้เป็นบริษัทที่มีความลับเยอะ แค่ทำรายการเฉยๆ เพียงแต่ว่ามาถึงวันนึงถ้าอยากให้มีความชัดเจนก็ดี หลังจากคบกันมานาน ต่างฝ่ายต่างก็มีทางของตัวเอง ผมก็สนับสนุนในทางของแต่ละคนที่อยากจะไปทำ ไม่เคยคิดจะกั้นกัน ถามว่าจังหวะดีหรือไม่ดี ผมไม่รู้ พูดแล้วทำให้พี่เปิ้ลเสียใจ ผมก็เสียใจ เห็นพี่เปิ้ลร้องไห้ผมก็อยากร้องไห้''

ยืนยันว่าทุกอย่างจบกันด้วยดี? 
''ผมยืนยันว่า จริงๆ แล้ววันที่คุยกัน พี่เปิ้ลเข้าใจและจบดี ผม พี่เปิ้ล พี่หอย คงไม่ได้ทะเลาะกัน มันเป็นการเปลี่ยนงานเฉยๆ ครับ''

ที่มาข้อมูล : siamdara

วันอังคารที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2555

“เปิ้ล นาคร” รอลูกคนเล็กเดินได้ อีกหนึ่งปีจัดงานแต่ง “จูน”

“เปิ้ล นาคร” เผยอีกหนึ่งปีจัดพิธีแต่ง “จูน” เพราะอยากรอให้ลูกชายคนเล็กเดินได้ก่อน อยากจัดเล็กๆ ส่วนสถานที่อยากได้ที่เงียบๆ ไม่มีคน และเป็นที่ที่ประหลาด ชิลล์ๆ



หลังจากที่พิธีกรอารมณ์ดี “เปิ้ล นาคร ศิลาชัย” ทำพิธีหมั้นหมาย พร้อมกับจดทะเบียนสมรสกับภรรยาสาว “จูน กษมา” และในงานวันนั้น “เปิ้ล” กล่าวว่า ถ้ามีลูกคนแรก แล้วลูกคนแรกอายุครบ 2 ปีเมื่อไหร่ถึงจะทำพิธีแต่งงานกับภรรยาสาว ซึ่งตอนนี้ทั้งคู่ก็ได้มีลูกสาวคนแรกอายุครบ 2 ปีแล้ว พร้อมยังมีลูกชายคนเล็กเป็นโซ่ทองคล้องใจเพิ่มมาอีกคน งานนี้หลายคนเลยลุ้นว่า คงถึงเวลาจะมีข่าวดีเรื่องแต่งงานแล้วแหงๆ

เปิ้ล: “วันเกิดออกัส เราก็ฉลองให้เขา เขาก็งงๆ ครับ เพราะเป็นการเป่าเค้กครั้งแรกของเขา สำหรับของขวัญที่ให้ลูกก็เป็นของเล่นทั่วไป ทีแรกผมกับจูนคิดว่าถ้าลูกสาวครบรอบ 2 ขวบ เราจะจัดงานแต่งงาน ตอนนั้นเราเคยสัญญากันไว้ แต่มาตอนนี้พอดีเรานึกไม่ถึงว่า ออก้าลูกชายคนเล็กจะคลานออกมาด้วย (หัวเราะ) ก็เลยคิดว่างานแต่งงานก็ควรจะมีออก้าในชุดเจ้าบ่าวเดินได้ ก็เลยคิดว่ารออีกสักปีนึง รอออก้าเดินได้ แล้วเราจะจัดงานแต่งงานกัน ก็ขอเลื่อนไปอีกปี ตอนนั้นออกัสก็ 3 ขวบ ออก้าก็ 2 ขวบ ผมคิดว่าน่าจะเป็นงานที่พอดีและน่ารักครับ”

จูน: “เลื่อนไปอีกหนึ่งปีก็ได้ค่ะ ไม่มีปัญหา ได้เลยค่ะ ไม่เป็นไร จริงๆ แล้วอยู่กับเขาเป็นครอบครัวกันแล้ว แต่มันไม่ได้ต้องมีงานแต่ง เพราะเราบอกกับพี่ๆ นักข่าวไว้แล้ว และพี่เปิ้ลก็อยากจะมี เลื่อนไปอีก 1 ปีก็ไม่เป็นไรค่ะ”

เปิ้ล: “เรื่องพิธีแต่งงานยังไงก็ต้องมีครับ ต้องเลยครับ เพราะคู่ของเรายังไม่ได้จัดงานเลี้ยงสมรสเลย และอย่างที่แพลนไว้เรามีลูกเสร็จแล้ว และเรายังไม่ได้มีงานฉลองเลย เราแค่จดทะเบียนสมรสธรรมดา อย่างไรก็ต้องจัดงานแต่งครับ เราอยากจัดแบบเล็กๆ หนีไปจัดแบบไม่มีคน ซึ่งก็ยังไม่รู้เลยเหมือนกันว่าจะจัดสถานที่ไหน แต่อยากจัดงานในสถานที่ที่ประหลาดๆ ชิลล์ๆ หน่อยครับ”



ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์

วันอังคารที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

"เปิ้ล" อึ๋มทะลัก! เปิดตัวอัลบั้ม วอนอย่าเปรียบ "จ๊ะ คันหู"

หลังปล่อยเพลงออกมาให้ฟังกันบ้างแล้วผ่านเว็บไซต์ ยูทูบ ล่าสุดทางด้านของนักแสดงสาว "เปิ้ล ไอริณ ศรีแกล้ว" ก็ได้ฤกษ์เปิดตัวงานเพลงอัลบั้มชุดแรกในชีวิตที่มีชื่อว่า "เบนซ์สปอร์ต" สังกัดค่ายเพลง ไออาร์ ที่เจ้าตัวลงทุกควักกระเป๋าทำด้วยตนเองไปเป็นที่เรียบร้อยที่ร้านรูท 66 ย่านอาร์ซีเอ เมื่อวันวานที่ผ่านมา

โดยนักร้องสาวซึ่งได้ปรากฏตัวในรถสปอร์ตยี่ห้อดังด้วยชุดสุดเซ็กซี่อวดอกอิ่มเปิดเผยว่า สำหรับงานเพลงชุดนี้ตนดูแลทุกอย่างด้วยตนเอง ทั้งเรื่องการคัดเลือกเพลง เสื้อผ้า หน้า ผม แดนเซอร์ ฯ ซึ่งนอกจากเพลง เบนซ์สปอร์ต แล้ว จากนี้ไปก็จะมีการปล่อยเพลงที่มีชื่อว่า เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ และ เพลงบรรยากาศพาไป ตามออกมา

ส่วนกรณีที่มีบางส่วนมองว่าทั้งแนวเพลง การร้อง รวมถึงการแต่งตัวตลอดจนท่าเต้นของเธอไปคล้ายกับนักร้องสาว "จ๊ะ คันหู" นั้น สาวเปิ้ลเผยว่าไม่อยากที่จะให้เอาไปเปรียบเทียบกับอีกฝ่ายซึ่งเป็นมืออาชีพขณะที่ตนเองเป็นเพียงมือสมัครเล่นเท่านั้น

"อย่าเปรียบเทียบเลยค่ะ น้องเขาเป็นมืออีกชีพแล้ว ส่วนเปิ้ลยังเป้นเพียงมือสมัครเล่นอยู่เลย ก็ไม่อยากให้เปรียบเทียบกับใครน่ะค่ะ เพราะน้องเขาก็มีเอกลักษณ์ของเขาแบบหนึ่ง ของเปิ้ลก็แบบหนึ่ง...ไม่อยากสู้กับใคร อยากทำเพลงออกมาให้มีสีสันในการทำงานเฉยๆ ค่ะ"

นักแสดงที่หันมาเอาดีทางด้านเสียงเพลงเผยว่าเงินที่ลงทุนไปนั้นต้องถือว่าไม่เยอะเท่าไหร่ และด้วยภาพลักษณ์เซ็กซี่ที่ผ่านมาของตนเองก็คงจะทำให้ใครหลายคนรู้สึกชาชินแล้วกับภาพที่เห็น ส่วนถ้าจะมีใครวิพากษ์วิจารณ์ตนก็อาจจะรู้สึกดีเพราะถือว่าอีกฝ่ายให้ความสนใจ

"แต่ว่าตอนนี้มันก็ผ่านมาหมดแล้วนะ มันก็ได้ออนแอร์ช่องเคเบิ้ลต่างๆ แล้ว เปิ้ลคิดว่าตอนนี้คนไทยเปิดรับมากขึ้น ไม่มีปัญหาหรืออุปสรรคอะไรแล้วค่ะ และตอนนี้คนไทยค่อนข้างที่จะเปิดกว้างมากขึ้น ท่าเต้นอาจจะดูเหมือนหวือหวาแต่ด้วยเพลงค่อนข้างจะติดฮาๆ เลยทำให้เพลงไม่หวือหวามากค่ะ"

หวือหวาหรือไม่หวือหวาลองดูภาพที่ Super บันเทิง เก็บมาฝากแล้วพิจารณากันเอาเอง
ดูภาพเต็มๆจุใจที่ http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9550000060176
ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์