แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แอปเปิ้ล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แอปเปิ้ล แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

“แอปเปิ้ล” เผย “โฟร์” ส่งข้อความขอโทษแล้ว พร้อมเคลียร์ข่าวไม่ถูกกัน

“แอปเปิ้ล” เผย “โฟร์” ส่งข้อความมาขอโทษแล้ว ส่วน “เฮียฮ้อ” ก็ให้ผู้ใหญ่ในอาร์เอส โทร.มาหย่าศึก ขอไม่ให้ทะเลาะกัน บอกตอนนี้สบายใจขึ้นแล้ว ต่อไปจะไม่ใจร้อนอีก แต่ย้ำยังไงก็ไม่ควรใช้คำว่า “ลาว” มาล้อเล่น หรือดูถูกคนอื่น ก่อนปฏิเสธข่าวไม่ถูกกัน



ตั้งแต่เปิดศึกสาดน้ำลายกัน กรณีพิธีกร-นักแสดงสาวชาวลาว “แอปเปิ้ล สีสะเหงี่ยน สีหาราช” ไม่พอใจนักร้องสาว “โฟร์ ศกลรัตน์ วรอุไร” ที่พูดใส่หน้าด้วยประโยคที่ว่า“สรุปให้ชั้นซื้อดอกไม้มาคนเดียวหรอ ลาวมาก!” กระทั่งออกมาโพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมของตนเอง ต่อว่าไปยังนักร้องสาวอย่างมีอารมณ์ จนกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตไปเมื่อหลายวันก่อน เป็นเหตุให้สาวโฟร์ต้องออกมาโพสต์ขอโทษกับการกระทำดังกล่าว ล่าสุด ทางฝ่ายของแอปเปิ้ลได้มาร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัว MINIMA POCKET & 5 PLUS NEWFREMES NEWLOOK and NEW EYES ที่สยามพารากอน ซึ่งเป็นครั้งแรกหลังเกิดเรื่อง เจ้าตัวก็ได้เผยถึงเรื่องนี้ว่าจบกันด้วยดีแล้ว

“ไม่มีอะไรแล้วนะคะ ตอนนี้ปกติมากค่ะ กับกระแสข่าวก็ไม่มีอะไรแล้ว ตั้งแต่มีเรื่องยังไม่เจอกันเลยค่ะ ไม่ได้โทร.คุยกันขนาดนั้น แต่ว่าพี่เขาก็ส่งแมสเสจมาขอโทษค่ะ แล้วก็มีผู้ใหญ่โทร.มา คือ เป็นเด็กทั้งสองฝ่าย ผู้ใหญ่เขาก็เป็นห่วงโทร.มาเคลียร์ให้ค่ะ เราก็โอเค ผู้ใหญ่พูดอะไรเราก็ตามนั้นอยู่แล้ว”

“ผู้ใหญ่ท่านก็บอกว่าอย่าทะเลาะ อย่าให้มันเสียความรู้สึกกัน มันเป็นเรื่องที่ไม่ได้ตั้งใจกันทั้งสองฝ่าย ฝั่งนู้นเขาก็ไม่ได้ตั้งใจ ฝั่งเปิ้ลก็ไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิดเรื่องแบบนี้ เขาก็บอกให้ปรับความเข้าใจนะลูก ดูแลความรู้สึกเรา เขาเป็นห่วง ผู้ใหญ่น่ารักมากเลยค่ะ ทุกคนเลยโทร.มา ผู้ใหญ่อาร์เอส เฮียฮ้อก็ให้คนโทร.มา ก็เป็นห่วงกันหมด รู้สึกโอเคขึ้นเวลาที่ผู้ใหญ่เขาเข้าใจมันก็ดีขึ้นทันที”

ส่วน “โฟร์” เองก็ส่งข้อความมาขอโทษแล้ว

“เขาส่งมาขอโทษแล้ว เขาก็บอกเหมือนที่เขาบอกในอินสตาแกรม บอกว่า เหมือนขอโทษนะ เขาไม่ได้ตั้งใจพูดโดยไม่ได้คิด แต่เขาอาจจะคิดว่าเปิ้ลไม่เห็นหรือเปล่า ก็เลยไปโพสต์บนอินสตาแกรม เพราะว่าตอนนั้นเปิ้ลก็ไม่ได้ตอบอะไร เพราะว่าสติยังไม่อยู่กับตัวเท่าไหร่ แต่ว่าผู้ใหญ่โทร.มาคุยแล้ว”

“ก็ฝากถึงพี่เขาด้วยว่าสบายใจได้แล้วนะ เพราะว่ามันจบแล้ว ไม่โกรธแล้วค่ะ จริงๆ เปิ้ลว่าทุกคนก็รู้สึกอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเกิดเรื่องนี้ขึ้นหรือไม่เกิด เปิ้ลก็ยังคงยืนยันว่า รู้สึกตลอดว่ามันเป็นคำที่ไม่สมควรพูดมัน ก็เป็นชื่อประเทศนะคะ มันก็ไม่สมควรพูด ไม่ว่าจะเป็นประเทศไหนในโลกเลยก็ตาม ไม่ควรเอาเรื่องพวกนี้มาล้อ มาดูถูกกันอยู่แล้วค่ะ”

“จริงๆ เรื่องนี้ที่เกิดขึ้นเปิ้ลก็ต้องยอมรับว่าเสียใจนะคะ ที่ทำไห้เขาต้องทะเลาะกัน แต่เปิ้ลว่าอีกซักพักนึงใช้เวลาหน่อยเดี๋ยวทุกคนก็เข้าใจค่ะ ว่า มันเป็นเรื่องที่แบบต่างคนต่างความคิดมันพูดยาก อย่าทะเลาะกันเลยดีกว่า ยังไงประเทศไทยกับลาวก็พี่น้องกัน เปิ้ล ก็ยังคงรักประเทศไทยมากๆ แล้วก็รักบ้านเกิดครอบครัวเราอยู่ที่นั่น แล้วก็มีเพื่อนมีแฟนอยู่ เราก็รักทุกคน ดีขึ้นเยอะเลย กำลังใจมาแบบเยอะมาก เรารู้สึกเลยว่าคนรักเรามีถึงขนาดนี้ ทำไห้ความรู้สึกมันดีขึ้น”

บอกโอกาสร่วมงานกับ “โฟร์” แล้วแต่โอกาส พร้อมเคลียร์ข่าวไม่ถูกกันตั้งแต่แรก

“แล้วแต่โอกาสค่ะ เปิ้ลไม่ซีเรียส แล้วแต่ผู้ใหญ่ว่ายังไงก็ตามใจ เพราะว่าขอโทษกันแล้ว เปิ้ลก็ให้อภัยไปแล้วทุกอย่างมันก็คือจบ คือจบตรงนั้น ถ้าเจอกันก็คงไหว้ตามปกติ แล้วที่บอกว่าเราไม่ถูกกันตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว เปิ้ลจะบอกว่าจริงๆ ไม่ใช่ไม่ถูกกัน แค่ไม่สนิทกันมากกว่า เพราะพี่ โฟร์ เขาทำงานเยอะ เปิ้ลก็เรียนด้วยทำงานด้วย มันไม่ค่อยได้เจอกัน ก็ผ่านๆ มันไม่ได้สนิทกันอยู่แล้ว แต่ว่าไม่ได้ทะเลาะอะไรกัน”

“จริงๆ แล้วก็หลายคนก็พูด แต่ว่ามันก็ได้ยินแล้วมันก็สะเทือนใจเฉยๆ แล้ววันนั้นเปิ้ลก็ใจร้อนด้วยแหละ เราได้บทเรียนแน่นอนค่ะ เรื่องนี้ทำให้ เปิ้ลรู้สึกเลยว่าจริงๆ แล้วเปิ้ลก็เด็กใหม่ ก็ไม่รู้ว่าเวลาทำอะไรมันก็กระทบคนหลายคน มันก็ทำให้คนหมู่มากเขาลุกขึ้นมาทะเลาะกันเพราะเรา ต่อไปนี้เราก็คงจะมีสติมากขึ้นเวลาทำอะไรก็คงไม่ใจร้อนอีกแล้วนี่ก็เป็นครั้งแรกแล้วก็เป็นบทเรียนครั้งยิ่งใหญ่มากๆ เลยคงต้องจำไว้”

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์

วันอาทิตย์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ไฮโซลาว “แอปเปิ้ล” ทนไม่ไหวถูก “โฟร์” ด่าลาว! ลามเป็นปัญหาระดับชาติ

ไฮโซสาวชาวลาว “แอปเปิ้ล สีสะเหงี่ยน สีหาราช” ถึงกับทนไม่ไหวที่ “โฟร์ ศกลรัตน์” ตอกหน้าว่า “ลาว!” ในเชิงไม่ดี



นักแสดงสาวชาวลาว “แอปเปิ้ล สีสะเหงี่ยน” ทนไม่ไหวถูก “โฟร์” ด่าลาว! ซัดไม่ใช่ครั้งแรกที่โฟร์พูดแบบนี้ บอกคนลาวก็คนเหมือนกัน ก่อนจวกพูดแล้วขอโทษมันไม่หายหรอกนะ ทางที่ดีควรเลิกใช้คำว่าลาวดูถูกคนอื่นจะดีกว่า ด้านโฟร์ยังปิดปากเงียบ

เป็นเรื่องจนได้ เมื่อไฮโซสาวชาวลาว “แอปเปิ้ล สีสะเหงี่ยน สีหาราช” ที่มีผลงานภาพยนตร์และถ่ายแบบในไทย ปัจจุบันยังเป็นแฟนกับหนุ่ม “ฟลุ๊ค” นักร้องวงซีควินท์ ค่ายอาร์เอส ได้ออกมาโพสต์ต่อว่านักร้องสาว “โฟร์ ศกลรัตน์ วรอุไร” ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวแบบเปิดหน้าเปิดตัว หลังโดนนักร้องสาวตอกหน้าว่า “ลาว!” ในเชิงไม่ดี โดยเจ้าตัวได้โพสต์เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมีอารมณ์ว่า…

“วันนี้แอปเปิ้ลกำลังจะเข้าไปดูละครเวที JUMP ที่เซ็นทรัลเวิลด์ เผอิญเจอนักร้องคนนึงเดินถือดอกไม้เข้างานมาคนเดียว จากนั้นเราก็เข้างานด้วยกันพร้อมๆ กับคนอื่น แต่คนอื่นๆ ไม่ได้มีดอกไม้ติดมือมาด้วยเลย แล้วจู่ๆ นักร้องคนนั้นก็พูดขึ้นมาเสียงดังว่า “สรุปให้ชั้นซื้อดอกไม้มาคนเดียวหรอ ลาวมาก!” (ด้วยสีหน้าแย่ๆ) แอปเปิ้ลเลยหันไปด้วยความโมโห แล้วถามกลับไปว่า “ลาวแล้วทำไม..?!” นักร้องคนนั้นก็พูดขอโทษๆ แล้วขำกลบเกลื่อน จบ. หลังจากนั้นแอปเปิ้ลเลยไม่ดู แล้วเดินออกมาเลย โกรธมากถึงมากที่สุดเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นักร้องคนนี้ใช้คำว่าลาวในการดูถูกคนอื่น คนลาวก็เป็นคนเหมือนกัน และแอปเปิ้ลก็เป็นคนลาวคนนึง

ฝากถึงนักร้องที่แอปเปิ้ลพูดถึงด้วย คุณโฟร์ ศกลรัตน์ พูดแล้วขอโทษมันไม่หายหรอกนะ ทางที่ดีเลิกใช้คำว่าลาวดูถูกคนอื่นเถอะ”

นอกจากนี้สาวแอปเปิ้ลยังได้โพสต์ข้อความต่อท้ายด้วยว่า “ทนไม่ไหวจริงๆ หวังว่าทุกคนคงเข้าใจ”

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ไฮโซสาวชาวลาวโพสต์ข้อความดังกล่าว ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากทั้งคนไทยและคนลาวออกมาอย่างหนัก ซึ่งดูจะบานปลายกว่าที่คิด โดยมีทั้งคนที่เข้าใจสาวแอปเปิ้ล และตำหนิไปยังสาวโฟร์เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน บางเสียงก็อยากให้ทั้งสองคนเคลียร์กัน เพราะมองว่าอาจเป็นเรื่องไม่เจตนาก็เป็นได้ ขณะที่ทางด้านของสาวโฟร์ยังไม่ได้ออกมาชี้แจงถึงเรื่องนี้แต่อย่างใด ทั้งนี้หากมีความคืบหน้าทีมข่าวจะนำมารายงานต่อไป

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์

วันพุธที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2555

“ฟลุค ซีควินท์” ใจป๋าถอยรถมินิให้ “แอปเปิ้ล” แฟนสาวไฮโซลาว บอกถ้าแฟนชอบแพงกว่านี้ก็ให้ได้

“ฟลุค ซีควินท์” เผยถอยรถมินิให้ “แอปเปิ้ล” แฟนสาวไฮโซชาวลาว ลั่นถ้าแฟนชอบแพงกว่านี้ก็ให้ได้ ถึงกับยิ้มแก้มปริที่แอปเปิ้ลก็ซื้อกระเป๋าใบเป็นแสนให้เป็นของขวัญ แย้มคบกันมา 5 ปีมีความสุขดี ปลื้มพ่อ-แม่แอปเปิ้ลไว้ใจเพราะตนทำให้ฝ่ายหญิงเปลี่ยนไปไม่คุณหนูเหมือนเดิมแล้ว
 
ตกลงปลงใจคบหากันในฐานะแฟนมานานกว่า 5 ปีแล้ว สำหรับหนุ่ม “ฟลุค จิระ ด่านบวรเกียรติ” หนึ่งในสมาชิกวง “ซีควินท์” ค่ายอาร์เอส กับไฮโซสาวชาวลาว “แอปเปิ้ล สีสะเหงียน สีหาราช” ที่ตอนนี้กำลังมีผลงานภาพยนตร์เรื่อง 407 เที่ยวบินผี แม้จะอายุยังน้อยทั้งคู่ แต่ขอบอกว่าคู่นี้รักกันแบบจริงจังและทุ่มเทมากๆ ล่าสุดหนุ่มฟลุคถึงกับลงทุนควักกระเป๋าซื้อรถมินิคูเปอร์ให้สาวแอปเปิ้ล เหตุเพราะรถของแฟนสาวเก่าจนบ่นอายไม่อยากขับ เป็นของขวัญแทนใจที่แพงที่สุดที่เคยให้มา

“ซื้อให้จริงครับ แต่ไม่ได้เป็นของขวัญวันเกิดอะไร ไม่ใช่ของขวัญวาเลนไทน์ด้วย คือเปิ้ลอยากได้ตั้งแต่ประมาณกลางปีที่แล้ว เขาพูดกับเราว่า พี่ฟลุค รถฉันทั้งเก่าเส็งเคร็ง ขับไปไหนก็อายเขา เหมือนเขาก็บ่น ตอนแรกเขาคิดว่าจะทำยังไงที่จะเอารถมินิของเขาที่ลาวมาขับที่นี่ให้ได้ ผมก็ไปหามาข้อมูลมาให้ สรุปก็คือว่าทุกวันต้องเสียเงินวันละ 500 บาท ในการอยู่ที่เมืองไทย ฟลุคเองก็คิดวันละ 500 บาทจะคุ้มเหรอ ขับปีหนึ่งก็เท่าไหร่แล้ว กี่หมื่นแล้ว ผมก็เลยตัดใจว่า งั้นเราก็ซื้อให้เขาเลยละกัน”

“ก็ไปดูจนได้รุ่นที่คิดว่าเขาน่าจะชอบ วันหนึ่งก็โทรไปบอกเขา เพราะว่าวันรุ่งขึ้นจะมีงานคู่กัน ก็ต้องไปด้วยกัน ผมบอกให้น้องค้างบ้านผม คุณแม่ชวนและจะทำวุ้นเส้นไหหลำให้กิน ก็หลอกเขามาประมาณนี้ พอเขามาก็เห็นรถ เขาก็รู้นะ แต่ก็แกล้งถามว่ารถใคร ผมก็บอกว่าลองรถดู ชอบไหม เขาก็ทำเป็นดี๊ด๊า กรี๊ดกร๊าด แต่จริงๆ ผมว่า เหมือนเขาจะร้องไห้ แต่ก็ทำเป็นกลบเกลื่อนดีใจตามสไตล์เขา แก้เขิน แต่ก็รู้ว่าเขาชอบแน่”

“ส่วนราคามันก็ราคารถมินิ คือผมมองว่ามูลค่าไม่สำคัญ เราคิดว่าอยากให้สิ่งที่เขาชอบจริงๆ ถ้าเขาชอบแพงกว่านี้ เราก็ให้ได้ เขาชอบเราก็โอเค หรือชอบถูกกว่านี้ ให้สิ่งที่เขาชอบก็โอเค ซึ่งก็มาจากน้ำพักน้ำแรงเราเลย ก็เท่าที่เราหามา ก่อนซื้อก็มีปรึกษาคุณพ่อก่อนครับ ผมบอกพ่อว่าฟลุคจะซื้อรถมินิให้เปิ้ลนะ ตอนแรกอยากจะขอเงินดาวน์จากพ่อ แต่ผมไม่ได้พูดนะ พ่อบอกว่าก็ดีก็ซื้อได้ ก็ไปผ่อนกันเอง เขาพูดแค่นี้ ผมคิดในใจตายแล้ว แต่ก็โอเคก็ผ่อน ถ้าเราผ่อนได้ก็โอเค ซื้อเงินสดไม่ไหว มันแพง เราก็ไม่มี เงินพ่อกับเงินเรามันคนละเงิน ถ้าเราเอาเงินพ่อมาซื้อก็จบ แต่นี่เราก็เอาเงินเราเอง ก็ผ่อนดีแล้ว”

ถือว่าเป็นของขวัญชิ้นที่แพงสุดที่หนุ่มฟลุคซื้อให้เปิ้ลแฟนสาวเลยก็ว่าได้

“แน่นอน แพงสุด แต่ก็ไม่รู้สึกว่ากระทบ เพราะเราก็ผ่อนไปทุกเดือน อีกอย่างคือว่าน้องเขาก็ชอบกับของชิ้นนี้มาก เขาดูชอบดูรักมาก เขาดูแบบดีใจที่ได้ขับ แล้วเขายังบ่นกับเราพูดกับเรา แต่ไม่ใช่บ่น คือตอนผมไปนั่งรถเขาบางทีไปด้วยกัน เขาบอกว่าเธอรู้ไหมซื้อรถคนนี้มันดีมากเลย รู้สึกอยากขับรถ ทุกครั้งที่ผ่านมาไม่อยากขับรถ พอได้ยินคำนี้ก็รู้สึกดีมาก รู้สึกว่าคิดถูกแล้วที่ซื้อคันนี้ให้ ถ้าเราคิดว่าแพงแล้วมีเงินไม่ใช่ สมมติว่าเราซื้อรถอย่างอื่นให้ แต่เขาไม่ชอบ ซึ่งมันแพงกว่ามินิอีก แต่เขาไม่ชอบมันก็ไม่มีประโยชน์ เราก็ซื้อของที่เขาชอบก็พอแล้ว จะเป็นอะไรก็ได้ เราก็ซื้อให้เขาได้”

ถึงกับยิ้มแก้มปริเพราะ “แอปเปิ้ล” ก็ซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมราคาหลักแสนที่เหมือนกัน

“คือเป็นอะไรที่ผมไม่อยากซื้อเพราะว่ามันแพง แต่ผมชอบมาก เพราะว่าผมไปเห็นในอินสตาแกรม ผมจะตามอิสตาแกรมพวกแฟชั่น คือเห็นฝรั่งคนนึงหิ้วแบบหันหลัง เห็นแล้วมันเท่มาก เป็นกระเป๋ายิปแซงค์ ก็ไปหาว่ารุ่นอะไร แต่พอเห็นราคา จริงๆ ไม่ถึงแสน ประมาณ 80,000-90,000 แต่พอเห็นราคาผมก็ไม่สู้แล้ว (แต่กล้าซื้อรถราคาเป็นล้าน?) ก็ของเรา ไม่อยากซื้อแพงเกินไปครับ (หัวเราะ)”

“ที่จริงเขารู้อยู่แล้ว เพราะเราลงในอินสตาแกรม ผมก็ลงแบบไอเทมที่อยากได้ ก็เคยลงรองเท้า Prada ไปแต่ไม่ได้ (หัวเราะ) ผมลงรองเท้าไป ลงกระเป๋าใบนี้ไป เขาก็รู้แล้วว่าเราอยากได้ เขาก็ไปหาเพราะเขาซื้อของผ่านอินเตอร์เน็ตอยู่แล้วตลอดเวลา พอเขาหาได้ก็บอกว่าประมาณ 89,000 บาท ก็คือ 90,000 บาท ผมก็บอกงั้นเลิกคิดไปได้เลย ก็พยายามไปดูในร้านที่เขาขาย ก็เจออีกแบบ ซึ่งเล็กกว่าเขาขายแค่ 40,000 กว่าบาท แต่เมืองไทยขาย 89,000 บาท แล้วกระเป๋าผม 80,000 กว่าบาทอยู่แล้ว มาเมืองไทยคงเป็นแสน ก็เลยเลิกคิดว่าจะเอา แต่วันหนึ่งเขาก็ไปหาจนได้ เขาก็พรีออเดอร์มาจากคนอังกฤษที่เขารู้จักซื้อมาให้ ก็บอกเขาเหมือนกันว่าซื้อมาทำไม แต่ในใจก็ดีใจครับ”

“จริงๆ เราไม่ค่อยเซอร์ไพร์ส คือเขาชอบอะไร เรารู้เราก็ให้แค่นั้นเอง เขารู้ว่าเราชอบอะไร เขารู้เขาก็จะให้ แต่ที่ดีใจรายได้เขาไม่ได้เยอะเหมือนเรา เราทำงานมานาน แต่เขาก็เก็บเงินทุกอย่าง ถ่ายนิตยสารไม่ได้ค่าตัวมาก แต่เขาถ่ายจำนวนมาก ทำพิธีกร เพื่อมาให้เรา มันก็เลยรู้สึกดีกว่าของทุกชิ้นที่ได้”

ไม่แคร์ถูกมองเป็นคู่รักไฮโซ ฟุ่มเฟือย ให้ของราคาแพงเกินตัว มองว่าของแพงหรือถูกไม่สำคัญ

“มันไม่ไฮโซหรอกครับ ผมซื้อรถยังผ่อนเลย จะไปไฮโซได้ไงครับ ถ้าไฮโซผมก็ซื้อเงินสดเลย รวยขนาดนั้นผมก็ซื้อเงินสดไปแล้ว เหมือนกับน้อง ไม่ต้องเก็บเงินตลอดการทำงานแล้วมาซื้อ ถ้าซื้อเขาก็เงินหมดเหมือนกัน เขาไม่ได้มีเงินเยอะมากมาย แต่เขาอยากให้เรา”

“อยากจะบอกว่ามันแพงมันถูกไม่สำคัญ ผมไม่ได้มองตรงนั้น บางทีของที่เขาอยากได้เป็นของถูกก็มีนะ อย่างเขาอยากได้กระเป๋าใบหนึ่ง เป็นกระเป๋าเครื่องสำอางเล็กๆ ไม่ใช่แบรนด์เนมด้วย แต่ว่าอยากได้ เอาตรงๆ นะ บางทีพ่อเขาไม่ได้โอนเงินมาสิ้นเดือนเงินหมด ผมก็บอกว่ามาเดี๋ยวผมซื้อให้ไม่เป็นไร ก็ซื้อ คืออะไรก็ตามมีคุณค่ากับเขา เขาอยากได้ ถ้าทุกอย่างผมให้ได้ก็ให้ เขาก็เหมือนกัน”

คบกันมานานกว่า 5 ปีมีความสุขดี เหมือนเป็นที่ปรึกษาซึ่งกันและกัน

“ตอนนี้คบกันก็ 5 ปีแล้ว เพิ่งครบเมื่อประมาณปลายปีที่แล้ว ความรักก็เหมือนเดิมก็คุยกันทุกวันอัพเดทกันว่าเธอเป็นยังไงฉันเป็นยังไง เขามีอะไรปรึกษาเขาจะคุยตลอด ปรึกษากันเหมือนกับว่าเราเป็นที่ปรึกษาเขา เขาก็ไม่มีใครที่เมืองไทย ผมก็จะบอกเขาว่างานนี้ไม่ต้องรับก็ได้ งานนี้ควรจะรีบนะ งานนี้เงินน้อยเธอไม่ควรจะไปนะ”

“ก็เหมือนกับว่าเวลาคบใคร ผมก็จริงจังอยู่แล้วไง ก็เหมือนเปิ้ลเราก็คิดอย่างนั้น แต่แค่ว่าคิดจริงจังแล้วจะสมหวังทุกครั้ง ผมไม่อยากบอกว่าเราจะแต่งงานกัน เราจะชอบกัน มันไม่จำเป็น คนที่คบกัน 7 ปี ก็ยังเลิกมาแล้ว อะไรมันไม่แน่นอน ก็เลยยังไม่อยากบอกว่าเราจะวางแผนอะไรกัน ก็คิดว่าแค่ทำทุกวันให้มันดี แล้วอีกอย่างหนึ่งก็อีกนาน เพราะน้องยังเรียนไม่จบด้วย ยังเรียนอยู่ปี 4 อยู่เลย ก็กว่าจะเรียนจบคงอีกนานปริญญาตรีแล้วก็ไหนจะโทอีก”

“ก็มีไปเยี่ยมบ้านที่ลาวของน้องหลายรอบ ครั้งแรกไปตั้งแต่สองปีแรก ก็ไปเที่ยวด้วย ไปหาคุณพ่อเขา ก็ไปสนุกสนานเฮฮา ไปรู้จักคุณพ่อคุณแม่เขา ตอนแรกเขาก็ไม่ไว้ใจเรา ตอนนั้นผมเป็นศิลปินฝึกหัดที่อารเอส แล้วก็ตัดผมแนวมาก พ่อเขาบอกเปิ้ลว่ารู้ไหมเลือกคนผิดแล้ว แต่ผมก็พยายามพิสูจน์ตัวเอง ให้พ่อแม่เขาเห็นว่าเขารู้สึกเปลี่ยนไปในลักษณะที่ดี”

“เมื่อก่อนเปิ้ลอยู่ที่บ้านมีคนประเคนให้หมดทุกอย่าง บ้านเขามีเงิน พ่อแม่ก็ให้ทุกอย่าง แต่มาอยู่ที่นี่ไม่มีเลย เงินก็ได้คงที่ เงินหมดก็ไม่มี อยู่ที่บ้านจะใช้เท่าไหร่ก็หยิบไป เขาก็เลยมีความรับผิดชอบมากขึ้น รู้จักทำงาน ดูแลตัวเอง ต้องทำเองทุกอย่าง อยู่คนเดียวก็พัฒนาขึ้น พอเขากลับบ้านเขาไปล้างจาน แม่ก็งงว่าลูกล้างจานเหรอ เขาก็คิดทันทีว่าเป็นเพราะเรา ก็เลยดีขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้เขาก็ไว้ใจเรามากขึ้น เวลามีปัญหาเรื่องงานเปิ้ลก็โทรถามแม่ แต่แม่เขาบอกให้โทรถามฟลุค”

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์